TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “Our Lyrics” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
MAX CHANGMIN ส่งมินิอัลบั้มชุดที่ 3 'All Of My Life' พร้อมมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการผลิต
MAX CHANGMIN (แม็กซ์ ชางมิน) รวบรวมหลากหลายช่วงเวลาของชีวิตในมินิอัลบั้มชุดที่ 3 All Of My Life (ออล ออฟ มาย ไลฟ์) พร้อมมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการผลิต ตั้งแต่ซาวนด์เพลงไปจนถึงมิวสิกวิดีโอ โดยถือเป็นผลงานใหม่ในฐานะศิลปินเดี่ยวในรอบ 4 ปี 9 เดือน หลังจากมินิอัลบั้มชุดที่ 2 Devil ที่ปล่อยเมื่อเดือนมกราคม 2022 สำหรับมินิอัลบั้มชุดที่ 3 All Of My Life (ออล ออฟ มาย ไลฟ์) ประกอบไปด้วยทั้งหมด 6 เพลง ซึ่งรวมถึงเพลงไตเติลชื่อเดียวกับอัลบั้มอย่าง All Of My Life (ออล ออฟ มาย ไลฟ์) ซึ่งถ่ายทอดข้อความเกี่ยวกับการก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง แม้จะต้องเผชิญกับความรู้สึกและช่วงเวลามากมายในชีวิต ด้านเพลงไตเติลแนวป็อปร็อก All Of My Life (ออล ออฟ มาย ไลฟ์) มาพร้อมเสียงร้องอันละเอียดอ่อนแต่เปี่ยมไปด้วยพลังของ MAX CHANGMIN (แม็กซ์ ชางมิน) ซึ่งช่วยเสริมบรรยากาศให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เนื้อเพลงบอกเล่าเรื่องราวการเดินไปบนเส้นทางของตนเองอย่างมั่นคงไม่ว่าจะเผชิญกับสถานการณ์ใดก็ตาม ขณะเดียวกันก็โอบรับชีวิตและก้าวต่อไปข้างหน้า นับเป็นเพลงที่ส่งต่อทั้งความหวังและกำลังใจอันอบอุ่นให้กับผู้ฟัง อีกทั้งในอัลบั้มยังมีเพลงอื่น ๆ ให้ทุกคนได้สัมผัสกับโลกดนตรีอันกว้างใหญ่และเสียงร้องแบบต่าง ๆ ของ MAX CHANGMIN (แม็กซ์ ชางมิน) ไม่ว่าจะเป็นเพลงป็อปร็อก Hot Blood (ฮอต บลัด) เกี่ยวกับการทลายขีดจำกัดและการก้าวข้ามตัวตนในอดีต, เพลงป็อปที่มีกลิ่นอายย้อนยุค The Low (เดอะ โลว์) พูดถึงการลุกขึ้นจากจุดต่ำสุดแม้ต้องเผชิญกับบททดสอบมากมาย, เพลงร็อก Yeah We Go (เยห์ วี โก) ที่เนื้อร้องทั้งหมดแต่งโดย MAX CHANGMIN (แม็กซ์ ชางมิน) แสดงถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ที่จะเผชิญหน้ากับทุกอย่างและก้าวต่อไปข้างหน้าจนถึงที่สุด, เพลงป็อปบัลลาด Sleeping By The Phone (สลีปปิง บาย เดอะ โฟน) สื่ออารมณ์อันซับซ้อนผ่านการเล่าถึงความสัมพันธ์ที่ยังคงดำเนินอยู่แม้จะเลิกรากันไป ตลอดจนเพลงป็อปอาร์แอนด์บีที่มีจังหวะฟังก์ 99 (Boiling Point) (ไนน์ตี้ไนน์ บอยลิง พอยท์) เปรียบเทียบช่วงเวลารอคอยที่จะได้ยินคำว่า รัก กับจุดเดือด นอกจากนี้ MAX CHANGMIN (แม็กซ์ ชางมิน) ได้ฝากข้อความถึงแฟน ๆ ที่รอคอยอัลบั้มเดี่ยว ดังนี้ ขอบคุณแฟน ๆ ทุกคนมาก ๆ ที่รอคอยอัลบั้มเดี่ยวของผมนะครับ เพื่อให้สมกับที่ทุกคนรอคอยกันมานาน ผมจึงตั้งใจคัดสรรเพลงที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษมารวมไว้ในอัลบั้มนี้ หวังว่าจะทุกคนจะฟังกันบ่อย ๆ เลยนะครับ ขอบคุณครับ ! ลิงก์รับฟังมินิอัลบั้มชุดที่ 3 All Of My Life ของ MAX CHANGMIN ➫ https://MAXCHANGMIN.lnk.to/AllOfMyLife ลิงก์รับชมมิวสิกวิดีโอเพลงไตเติล All Of My Life ของ MAX CHANGMIN ➫ https://youtu.be/7XMkfsmNeNg
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 21 ต.ค. 69
อ่าน
"Yesterday’s Town" อัลบั้มล่าสุดจาก "LANDOKMAI" กับ 12 บทเพลง กลับไปสำรวจตัวเองในวันวาน
"Yesterdays Town" อัลบั้มล่าสุดจาก "LANDOKMAI (ลานดอกไม้)" ศิลปินอินดี้ป็อป จากค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) ประกอบด้วย 2 สมาชิก ได้แก่ "อูปิม ลานดอกไม้ ศรีป่าซาง" และ "แอนท์ มนัสนันท์ กิ่งเกษม" อัลบั้มที่พวกเธอขอพาแฟนเพลงนั่งไทม์แมชชีนเดินทางกลับสู่ "เมืองแห่งวันวาน" สถานที่สะสมเรื่องราวในความทรงจำของทุกคน ไม่ว่าจะเป็น บ้านหลังเก่า ถนนสายเดิม เสียงหัวเราะ ความฝันแรก ความผิดหวังครั้งแรก ผู้คนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโลกทั้งใบของเรา หรือแม้แต่ตัวเราเองที่ถูกหลงลืมไว้ในอดีต เศษเสี้ยวแห่งความทรงจำเหล่านี้ที่กำลังจะเลือนหายไป จะถูกปลุกขึ้นมามีชีวิตอีกครั้งผ่าน 12 บทเพลงจากอัลบั้ม "Yesterdays Town" หมุดหมายการเดินทางครั้งนี้ เริ่มต้นด้วย "ถ้อยคำดอกไม้ (lies)" บทเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกของความผิดหวังจากการถูกหลอกซ้ำ ๆ คำพูดแสนหวานและคำบอกรักที่พร่ำกรอกหูเราอยู่ทุกวัน ไม่ต่างอะไรไปจากน้ำผึ้งอาบยาพิษที่คอยมอมเมาหัวใจเราให้คล้อยตามไปได้ง่าย ๆ ถัดมากับเพลง "เดิมเดิม (Once)" เพลงของการเฝ้ารอคอยการกลับมาของใครบางคนที่เคยเป็นความทรงจำที่ดีของเรา ถ่ายทอดผ่านกลิ่นอายสไตล์วินเทจที่ให้ความเหงาอย่างจับใจ ราวกับกำลังนั่งมองหน้าต่างในวันที่ฝนพรำ ก่อนจะเติมเต็มความรู้สึกในวัยเยาว์ผ่าน "Fall in love too easily" เพลงชาติแห่งการตกหลุมรัก ถ่ายทอดความสัมพันธ์ไร้เดียงสาที่ remind เราว่าการจะตกหลุมรักใครสักคนหนึ่ง บางครั้งไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลอะไรมาก ขอแค่ใจต้องการก็พอแล้ว หลังจากเติมหวานกันมาพอสมควร คราวนี้ถึงคิวของ "ตลก (pathetic)" เพลงที่ไม่ได้ตลกเหมือนชื่อ สื่อสารด้วยเนื้อหาที่แอบจิกกัดเบา ๆ ถ่ายทอดเรื่องจริงของคนเราที่มักจะไม่ยินดีที่เห็นแฟนเก่าของเรามีความสุข หรือกำลังไปได้ดีในความสัมพันธ์ครั้งใหม่ ต่อด้วย "รักอยู่ (linger)" ซิงเกิลไฮไลท์เคล้าน้ำตาที่ทุกคนไม่ควรพลาด ตัวแทนวังวนแห่งจุดจบของความรัก ที่อยากย้ำเตือนใจว่าสุดท้ายแล้วถึงไม่เหลือใคร แต่อย่างน้อยใจดวงนี้ก็ยังเป็นของเรา ต่อเนื่องด้วย "Nothing but stay" เพลงที่สั้นที่สุดในอัลบั้มนี้ และเป็นเพลงที่ "แอนท์" ขอวางกีตาร์แล้วหันมาจับไมค์ถ่ายทอดเพลงนี้ด้วยตัวเองซึ่งเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ลึกซึ้งสะกดให้ผู้ฟังจมอยู่กับภวังค์ความคิดของตัวเอง ตามมาด้วยอีก 6 แทร็กหลากรสชาติ ได้แก่ "ใจอยากหนีไปให้ไกล (Nowhere), ขอให้ฟ้าอวยพร (Dear friend), Friend's love, Monster, ช่างแม่ง (spit it out)" และปิดท้ายด้วย "A song on the radio" เพลงที่ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังนั่งฟังเสียงบอกเล่าจากวิทยุเครื่องเก่า ที่พรั่งพรูความรู้สึกของการไม่สมหวังจากการหลงรักเพื่อนสนิทของตัวเอง ถึงแม้จะรู้ว่าปลายทางของความสัมพันธ์จะลงเอยแบบใด แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราก็คงจะเลือกทำแบบเดิมอยู่ดี เป็นการทิ้งท้ายอัลบั้มที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความเหงาปนเศร้า แต่ขณะเดียวกันกลับซุกซ่อนความคิดถึงเอาไว้อยู่เช่นกัน ทุกบทเพลงจากอัลบั้ม "Yesterdays Town" เปรียบเสมือนสมุดไดอารี่ที่ชวนเรากลับไปสำรวจตัวเราในวันวาน Mood Tone ของอัลบั้มนี้จึงให้บรรยากาศของความ Nostalgia ที่ให้ไวบ์เหมือนเรากำลังนั่งดูสมุดภาพเล่มเก่า คลอผ่านซาวด์ดนตรี Indie ตามกิมมิกของวง แต่เพิ่มเลเวลความเป็น Post-Rock ขึ้นกว่าเดิม เป็นเรื่องราวใหม่ ๆ ของ "LANDOKMAI" ในอีกหนึ่ง chapter ที่รอทุกคนมาร่วมค้นหา สามารถฟังอัลบั้ม "Yesterdays Town" ได้แล้ววันนี้ และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ที่ https://www.instagram.com/landokmaiband/ และ https://www.facebook.com/whattheduckmusic
ข่าวเพลงไทย • 16 ต.ค. 69
อ่าน
"SERIOUS BACON x PURPEECH" เจอกันครั้งแรกในซิงเกิล "เผื่อเราไม่ต้องลาจากกัน"
หลังจากพาผู้ฟังเดินทางผ่านหลากหลายความสัมพันธ์ "SERIOUS BACON" ก็ได้เดินทางมาถึง Single ที่ 4 จาก EP. Album "ADD-FRIENDTURE TIME" ในเพลง "เผื่อเราไม่ต้องลาจากกัน (Crossroads)" พร้อมชวน "PURPEECH" ศิลปินที่ขึ้นชื่อเรื่องการถ่ายทอดบทเพลงแห่งความรู้สึก มาร่วมเติมเต็มเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่กำลังจะจบลง กับคำขอครั้งสุดท้ายของคนที่ยังไม่พร้อมปล่อยมือ เพลงนี้เกิดจากการโคจรมาพบกันครั้งแรกของ "SERIOUS BACON" และ "PURPEECH" สองศิลปินที่ขึ้นชื่อเรื่องเพลงเศร้าที่โดนใจคนฟัง โดยทั้งคู่ได้ร่วมกันแต่งเนื้อร้องและเรียบเรียงดนตรี จนเกิดเป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่ชวนให้เห็นเคมีทางดนตรีในมุมใหม่ของทั้งสองวง "คงน่าเสียดาย ถ้าเราต้องเลิกกัน เพราะฉันรักการได้อยู่กับเธอ" "เผื่อเราไม่ต้องลาจากกัน" เล่าถึงช่วงเวลาที่คนหนึ่งกำลังตัดสินใจเดินจากไป ขณะที่อีกคนยังไม่พร้อมยอมรับความจริง แม้จะรู้ดีว่าความสัมพันธ์อาจมาถึงปลายทางแล้ว แต่ก็ยังอยากขอร้องอีกสักครั้ง ขอให้อีกฝ่ายลองทบทวนถึงวันที่เคยมีร่วมกัน ความฝันที่เคยวางไว้ และความรักที่ยังคงเหลืออยู่ ในส่วนของ Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของ "พัฒน์" และ "แพรว" คู่รักที่กำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเมื่อถึงปลายทางของทริปนี้ ทั้งสองคนก็จะไม่ได้กลับมาเจอกันอีก พัฒน์จึงพยายามยืดเวลาที่เหลืออยู่ แม้กระทั่งการขับรถวนไปในเส้นทางที่ผิด เพียงเพื่อให้ช่วงเวลาบนรถยาวนานขึ้นอีกสักนิด โดยหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะยังไม่ต้องสิ้นสุดลง เสมือนภาพแทนของคนที่ยังไม่พร้อมปล่อยมือ แม้จะรู้ว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงปลายทางได้ แต่ก็ยังอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้นานที่สุด สะท้อนความหวังเล็ก ๆ ของคนที่อยากรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ เช่นเดียวกับท่อนหนึ่งในเพลง "เผื่อเธอเสียดายวันที่ผ่าน อนาคตที่เราเคยฝัน เผื่อเราไม่ต้องลาจากกัน" "เผื่อเราไม่ต้องลาจากกัน" จึงอาจเป็นเพลงสำหรับคนที่กำลังอยู่ระหว่าง "การยอมรับความจริง" กับ "การขอโอกาส" แม้จะรู้ว่าความสัมพันธ์อาจไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ก็ยังอยากขอโอกาสอีกสักครั้ง เผื่อว่าความรักที่เคยมีร่วมกันจะยังพอมีทางไปต่อ ติดตามฟัง "เผื่อเราไม่ต้องลาจากกัน" "SERIOUS BACON Feat.PURPEECH" พร้อมกันได้แล้ววันนี้ ทุก Streaming Platform และรับชม Music Video ได้ที่ YouTube : BOXX MUSIC พร้อมอัปเดตผลงานใหม่ ๆ ของ "SERIOUS BACON" ได้ที่ : Facebook : https://www.facebook.com/Seriousbaconband, https://www.facebook.com/BoxxmusicOfficial Tiktok : https://www.tiktok.com/@seriousbaconband, https://www.tiktok.com/@boxxmusicofficial Youtube : https://youtube.com/@boxxmusicofficial IG : https://www.instagram.com/seriousbaconband/, https://www.instagram.com/boxxmusicofficial/ Twitter : https://twitter.com/seriousbaconnn, https://twitter.com/boxxmusicteam
ข่าวเพลงไทย • 9 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่าน
"URBOYTJ" ชวน "3rd Tilly Birds" ส่งเพลงรัก "ข้าง ๆ กัน (I'M YOURS)" แทนคำขอบคุณถึงคนสำคัญ
กลับมาอีกครั้งสำหรับศิลปิน "URBOYTJ (ยัวร์บอยทีเจ)" ที่ครั้งนี้ชวน "3rd Tilly Birds (เติร์ด ทิลลี่ เบิร์ด)" มาร่วมถ่ายทอดซิงเกิลใหม่ "ข้าง ๆ กัน (I'M YOURS)" เพลงรักที่พูดถึงความสำคัญของใครสักคนซึ่งคอยอยู่เคียงข้างกันในทุกช่วงเวลาของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นวันที่มีความสุขหรือวันที่อ่อนแอจนแทบไม่เหลือแรงเดินต่อ โดยความพิเศษของเพลงนี้อยู่ที่การถ่ายทอดความรักผ่านความรู้สึกขอบคุณ มากกว่าการบอกรักออกไป การได้ "3rd Tilly Birds (เติร์ด ทิลลี่ เบิร์ด)" มาร่วมร้องในเพลงนี้ ยังช่วยเติมเต็มอารมณ์ให้เพลงมีความละมุนและลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเพลงนี้มาในสไตล์ Indie folk ผสม rap ที่มีทั้งเมโลดี้ติดหูและท่อนแรปที่เป็นเอกลักษณ์ผสมผสานกันออกมาได้อย่างลงตัว จนออกมาเป็นเพลงรักสุดอบอุ่น ที่อยากบอกคนสำคัญคนข้าง ๆ ผู้ที่ทำให้วันธรรมดามีความหมายและทำให้เรารู้ว่าแม้ชีวิตจะไม่ได้สมบูรณ์แบบไปทุกอย่าง แต่อย่างน้อยก็ยังมีใครคนหนึ่งที่พร้อมจะอยู่ข้างกัน "ข้าง ๆ กัน (I'M YOURS)" เล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่ทำให้คนคนหนึ่งค้นพบความหมายของการมีใครสักคนอยู่ในชีวิต จากวันที่โลกดูหม่นหมอง เต็มไปด้วยความเหงาและความไม่มั่นใจในตัวเอง การมีใครอีกคนคอยรับฟัง เข้าใจ และไม่หายไปไหน กลับกลายเป็นพลังสำคัญที่ทำให้สามารถก้าวผ่านเรื่องราวยากลำบากไปได้ เพลงนี้จึงไม่ได้พูดถึงความรักในแง่ของการเติมเต็มเพียงอย่างเดียว แต่ยังเล่าถึงความใส่ใจที่แสดงออกผ่านการกระทำเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งบางครั้งมีความหมายมากกว่าคำพูดใด ๆ ที่ทำให้เห็นความรู้สึกของคน ๆ หนึ่ง ซึ่งรับรู้ถึงความรักได้จากสิ่งที่อีกฝ่ายทำให้เสมอ แม้ไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำว่ารักออกมาตรง ๆ ก็ตาม สำหรับด้านมิวสิกวิดิโอ ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ผ่านตัวละครสองคนที่ต่างมีโลกอีกด้านซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มและความสมบูรณ์แบบ ชายหนุ่มผู้ทำหน้าที่เป็นตัวตลกต้องสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้คน ขณะที่หญิงสาวนักเต้นบัลเล่ต์ต้องทุ่มเทให้กับการแสดงและรักษามาตรฐานบนเวที ทั้งคู่ต่างต้องรับมือกับความเหน็ดเหนื่อยและความคาดหวังในแบบของตัวเอง แต่เมื่อได้กลับมาอยู่ด้วยกันในห้องเล็ก ๆ ที่คุ้นเคย พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องฝืนเป็นใครอีกต่อไป เพราะพื้นที่แห่งนี้เปิดโอกาสให้ทั้งสองได้พักจากโลกภายนอก เป็นตัวของตัวเอง และมอบความสบายใจให้แก่กันโดยไม่ต้องมีเงื่อนไข เป็นความสัมพันธ์ของคนสองคนที่อาจไม่ได้สมบูรณ์แบบในสายตาใคร แต่กลับเป็นความพอดีของกันและกันในวันที่เหนื่อยล้า นอกจากเพลงและการเล่าเรื่องที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นแล้ว อีกหนึ่งความน่าสนใจของมิวสิกวิดีโอเพลงนี้คือการเลือกใช้ iPhone 18 Pro เป็นอุปกรณ์ถ่ายทำตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งเปิดโอกาสให้ทีมงานทดลองวิธีเล่าเรื่องผ่านมุมกล้องที่แตกต่างจากการถ่ายทำรูปแบบทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรายละเอียดในพื้นที่ขนาดเล็ก การเคลื่อนกล้องไปตามจังหวะของตัวละคร หรือการถ่ายทอดฉากเต้นในระยะใกล้ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง "URBOYTJ" เผยถึงการทำงานในซิงเกิลนี้ว่า "เพลง ข้าง ๆ กัน (I'M YOURS) เป็นเพลงที่ผมอยากมอบให้กับทุกคนที่มีใครสักคนคอยอยู่ข้าง ๆ ในวันที่เราล้มลงครับ ได้น้องเติร์ด Tilly Birds มาร่วมร้องด้วย ยิ่งทำให้เพลงนี้มีพลังและละมุนขึ้นมาก และที่พิเศษสุด ๆ คือ MV เพลงนี้เราใช้ iPhone 18 Pro ถ่ายทำทั้งเพลง ทำให้ได้มุมภาพและอารมณ์ที่ใกล้ชิด อบอุ่น ฝากเพลงนี้ไว้ด้วยนะครับ ถ้าฟังแล้วนึกถึงใคร ลองส่งให้เขาฟัง บางทีเพลงนี้อาจช่วยพูดแทนความรู้สึกที่เราไม่ได้บอกกันบ่อย ๆ ว่าดีใจแค่ไหนที่มีเขาอยู่ข้าง ๆ เพลงนี้ให้คนข้าง ๆ ของทุกคนครับ และขอบคุณที่ยังอยู่ข้าง ๆ ผมเหมือนกัน" สำหรับใครที่มีคนคอยอยู่เคียงข้างกันมาโดยตลอด เพลงนี้อาจเป็นอีกหนึ่งวิธีในการบอกความรู้สึกที่บางครั้งก็พูดออกมาได้ไม่หมด สามารถรับฟังเพลง "ข้าง ๆ กัน (I'M YOURS)" ได้แล้วทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง พร้อมรับชมมิวสิกวิดีโอได้แล้วทาง YouTube : URBOYTJ
ข่าวเพลงไทย • 6 วันที่แล้ว
อ่าน
เกิร์ลกรุ๊ประดับโลก 'MEOVV' คัมแบ็กดุดัน! ปล่อยซิงเกิลอัลบั้มใหม่สุดทรงพลัง "GO HARD"
เกิร์ลกรุ๊ป K-POP ระดับโลก MEOVV (เหมียว) ซึ่งประกอบด้วย 5 สมาชิกสาว SOOIN (ซูอิน), GAWON (กาวอน), ANNA (อันนะ), NARIN (นาริน) และ ELLA (เอลล่า) ได้ปล่อยซิงเกิลอัลบั้มใหม่ที่แฟนๆ ทั่วโลกรอคอยอย่าง GO HARD ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ภายใต้สังกัด THEBLACKLABEL พร้อมกันนี้ยังได้ปล่อยมิวสิกวิดีโออย่างเป็นทางการของเพลงไตเติล GO HARD ให้ได้ชมกันแล้ว Credit: THEBLACKLABEL ซิงเกิลอัลบั้มนี้ประกอบด้วย 2 แทร็ก ได้แก่ เพลงไตเติล GO HARD และเพลง Indestructible ซึ่งถ่ายทอดเมสเซจของการก้าวผ่านวัย (Coming-of-age) ที่หยั่งรากลึกถึงการค้นพบตัวเอง ความยืดหยุ่นที่จะฟื้นตัวจากอุปสรรค และความกล้าหาญที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า ในยามที่เราทุกคนต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่เส้นทางเบื้องหน้าดูพร่ามัว จนเริ่มลังเล สะดุดล้ม หรือแม้แต่สงสัยในตัวเอง GO HARD จะทำหน้าที่เป็นเหมือนเครื่องเตือนใจให้คุณเชื่อมั่นในตัวเอง ก้าวเดินต่อไป และสร้างเส้นทางในแบบฉบับของคุณเอง พวกเราเข้มแข็ง มั่นใจ และคูลค่ะ แต่แน่นอนว่าพวกเราเองก็มีช่วงเวลาที่อ่อนแอหรือต้องเผชิญกับความท้าทายเหมือนกัน ELLA กล่าว เราอยากให้ MEOVV เป็นวงที่โอบรับทั้งจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของชีวิต เพื่อให้แฟนๆ สามารถเชื่อมโยงกับดนตรีของเราและสัมผัสได้ถึงความผูกพันที่แท้จริงระหว่างกัน เราหวังว่าเพลงของเราจะสามารถเข้าถึงหัวใจของทุกคนได้ค่ะ รับชมมิวสิกวิดีโอ GO HARD ได้ที่นี่ LINK สำหรับเพลงไตเติล "GO HARD" ได้จับเอาอารมณ์ดิบๆ ของวัยรุ่นและความมั่นใจแบบเกินร้อยมาผสมผสานกันอย่างลงตัว ผ่านจังหวะบีตที่หนักหน่วงเข้ากับเสียงร้องเมโลดี้เพราะๆ กลายเป็นเพลงชาติปลุกใจให้กล้าหาญเมื่อต้องเผชิญกับความสงสัยในตัวเอง มิวสิกวิดีโอเพลงนี้ถ่ายทอดเรื่องราวการเติบโตที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ โดยเปิดฉากขึ้นในสถานที่ที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบ ซึ่งสะท้อนถึงความกดดันและความคาดหวังของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ก่อนที่สาวๆ MEOVV จะแหกกฎเหล่านั้นเพื่อทวงคืนอิสรภาพ ตัวตน และการแสดงออกในแบบของตัวเอง ส่วนแทร็กที่สองอย่าง "Indestructible" สำรวจลึกลงไปถึงการเยียวยาสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่หลังจากอกหัก และการค้นพบความเข้มแข็งเพื่อก้าวข้ามผ่านมันไปให้แข็งแกร่งกว่าเดิม นอกจากนี้ NARIN, GAWON, ELLA และ ANNA ยังได้ร่วมมีส่วนร่วมในการแต่งเพลงทั้ง GO HARD และ Indestructible ซึ่งเป็นการนำมุมมองส่วนตัวของพวกเธอใส่ลงไปในโปรเจกต์ เพิ่มมิติที่ลึกซึ้งและใกล้ชิดยิ่งขึ้นให้กับธีมของการเติบโต การลุกขึ้นสู้ และการค้นพบตัวเอง ตลอดการคัมแบ็กครั้งนี้ MEOVV ได้ส่งมอบข้อความแห่งความกำลังใจไปถึงคนรุ่นใหม่ พร้อมเป็นกระบอกเสียงสนับสนุนความเป็นเอกเทศ ความมั่นใจ และความกล้าหาญที่จะนิยามตัวเองในแบบที่ต้องการผ่านซิกเนเจอร์ซาวด์ของพวกเธอ นับตั้งแต่เดบิวต์ MEOVV ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศิลปิน K-POP ระดับโลกที่น่าจับตามองอย่างรวดเร็ว การปล่อยเพลง GO HARD เกิดขึ้นหลังจากมินิอัลบั้ม (EP) ล่าสุดอย่าง BITE NOW ที่เปิดตัวในอันดับที่ 7 บนชาร์ต Billboards World Albums และอันดับที่ 26 บนชาร์ต Top Album Sales พร้อมทำสถิติยอดขายสัปดาห์แรกสูงสุดของวงจนถึงปัจจุบัน และด้วยซิงเกิลอัลบั้ม GO HARD นี้ MEOVV จะยังคงต่อยอดความสำเร็จนั้น พร้อมเผยให้เห็นอีกด้านของวงในขณะที่ขยายขอบเขตเอกลักษณ์ทางดนตรีของพวกเธอให้กว้างไกลยิ่งขึ้น รายชื่อเพลงในซิงเกิลอัลบั้ม GO HARD GO HARD Indestructible ( จากซ้าย : GAWON, ELLA, SOOIN, NARIN, ANNA )Credit: THEBLACKLABEL เกี่ยวกับ MEOVV: ดุดัน ร้อนแรง และเก๋ไก๋แบบไร้ที่ติ MEOVV กำลังพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดของ K-pop เจเนอเรชันใหม่ วงควินเท็ตข้ามชาติที่ออกเสียงว่า "เหมียว" ประกอบด้วย SOOIN, GAWON, ANNA, NARIN และ ELLA คือเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกจาก THEBLACKLABEL ภายใต้การดูแลทิศทางครีเอทีฟโดย Teddy TEDDY Park ผู้ก่อตั้งค่ายและโปรดิวเซอร์ระดับพระกาฬ (ผู้อยู่เบื้องหลัง BIGBANG, G-Dragon, 2NE1, BLACKPINK) MEOVV พิสูจน์ให้เห็นถึงสายเลือดแห่งความสำเร็จตั้งแต่ซิงเกิลแรก MEOW เพลงป็อปสองภาษาที่กวาดยอดสตรีมมิงทั่วโลกกว่า 5.1 ล้านครั้งในสัปดาห์แรก พุ่งทะยานสู่อันดับ 10 บนชาร์ต Billboards World Digital Song Sales และทำยอดวิวบน YouTube ทะลุ 10 ล้านวิวภายใน 48 ชั่วโมง ตามมาด้วย BODY เพลงที่เป็นเสมือนคำเตือนถึงคู่แข่งพร้อมท่าเต้นกรงเล็บแมวอันเป็นเอกลักษณ์ และเพลงกลิ่นอายอาร์แอนด์บีอย่าง TOXIC ที่เผยให้เห็นด้านอารมณ์และศักยภาพเสียงร้องที่น่าทึ่งของวง เพียง 3 เดือนหลังเดบิวต์ MEOVV ได้แสดงศักยภาพบนเวทีที่เหนือวัยในงาน 2024 MAMA Awards ที่โอซาก้า และคว้ารางวัล Favorite Rising Artist มาครอง ล่าสุด MEOVV ได้ปลดปล่อยพลังขั้นสุดในผลงาน EP ที่ 2 อย่าง BITE NOW ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเด็ดเดี่ยวที่ไม่สั่นคลอนของวง โดยอัลบั้มนี้เปิดตัวที่อันดับ 7 บนชาร์ต World Albums และอันดับ 26 บน Top Album Sales ของ Billboard ชื่อวงที่ย่อมาจาก My Eyes Open Wide สะท้อนถึงพลังขับเคลื่อนและความเป็นตัวของตัวเองของดาวรุ่งวัยรุ่นที่ควบคุมศิลปะในแบบฉบับของตัวเอง สมาชิกในวง (ซึ่งเริ่มมีเครดิตในการแต่งเพลงแล้ว) มาจากทั้งเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น พวกเธอมีทั้งเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นและสายใยความผูกพันที่ไม่มีวันแตกหัก เมื่อรวมตัวกัน พวกเธอนำเสนอความน่าสนใจแบบสองขั้วที่บางครั้งก็เฉียบคมดุดัน และบางครั้งก็นุ่มนวลอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่พวกเธอกำลังพังทลายกำแพงข้อจำกัดและทำความฝันให้เป็นจริง ด้วยเสน่ห์อันร้ายกาจที่แฝงไปด้วยความอ่อนหวาน MEOVV กำลังพุ่งเป้าไปที่การเจาะทะลุหัวใจของทุกคนอย่างนุ่มนวล
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 12 ต.ค. 69
อ่าน
"เป้ MVL" FT.สิงโต นำโชค ส่ง "เพลงของเรา" ที่พา "เซียนหรั่ง" มาร่วมวงด้วยกัน
มีเพลงใหม่ออกมาให้ฟังกันอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียวกับ "เป้ MVL" ที่ก่อนหน้านี้ได้ให้แฟน ๆ มีส่วนร่วมด้วยการแชร์เรื่องราวจนกลายมาเป็นเพลง "น้ำเปล่า" มาถึงเพลงนี้ก็ยังได้เรื่องราวจากทางโซเชียลอีกครั้งแต่รอบนี้ไม่ได้มาจากแฟนเพลงแต่ได้มาจากพี่ชายอย่าง "สิงโต นำโชค" ที่ผ่านมาให้กำลังใจ เป้ ในไลฟ์ จากนั้นจึงได้ชักชวนให้มาทำเพลงด้วยกันเสียเลย และก็กลายมาเป็นซิงเกิล "เพลงของเรา" เมื่อเพลงรักที่ตั้งใจมอบให้นั้นต้องกลายเป็นเพลงของคนอื่น เพราะเธอนั้นเปลี่ยนใจสุดท้ายก็ทำได้เพียงตัดพ้อกอดตัวเองต่อไป โดยเพลงนี้เป้ ตั้งใจเล่าเรื่องด้วยภาษาที่จริงใจ เข้าใจง่าย ซ่อนความนอยด์และน้อยใจไว้อย่างชัดเจน โดดเด่นด้วยงานดนตรีสไตล์โมเดิร์นที่ใช้เพียงกีตาร์โปร่งตีคอร์ดและบีทกลองดีไซน์ให้มีจังหวะกรู๊ฟ ๆ ช่วยโยกเบา ๆ บวกกับดีเอ็นเอภาษาถิ่นสุดเอกลักษณ์ของทั้งเป้และสิงโต จนได้ซาวด์ที่กลมกล่อมและติดหูตั้งแต่ฟังครั้งแรก และหลังจากปล่อยออกมาให้ฟังก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากแฟนเพลงต่างเข้ามาพูดถึงเพลงและมิวสิกวิดีโอที่ได้ เซียนหรั่ง มาเป็นผู้ถ่ายทอดอารมณ์ของผู บ่าวที่ถูกหักอกกลับมาพักใจให้ความเศร้านี้ได้คลายลงบ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะดีขึ้นเมื่อไหร่เพราะรักครั้งนี้มันสาหัสจริง ๆ ซึ่งตอนนี้สามารถฟังเพลงได้ในทุกช่องทาง และชมมิวิสิกวิดีโอได้ทาง YouTube : SPICYDISC โดย "เป้ MVL" ได้เล่าถึงการร่วมงานกันครั้งนี้ว่าเป็นมาอย่างไร แล้วทำไมถึงได้ออกมาเป็นเพลงในเวอร์ชั่นที่ได้ฟังกันไว้ว่า "ไอเดียในการเขียนเพลงนี้ผมอินสไปร์มาจากทุกคนครับ ส่วนตัวผมมักจะไลฟ์พูดคุยกับแฟน ๆ บ่อยอยู่แล้วทำให้เราได้แชร์เรื่องราวต่าง ๆ ด้วยกันจนกลายมาเป็นซิงเกิลก่อนหน้านี้คือ น้ำเปล่า พอมาถึงเพลงนี้ผมเลยลองนำไอเดียนี้มาทำอีกครั้งประจวบเหมาะวันนั้นพี่สิงโต เข้ามาในไลฟ์ของผมพอดีเลยชวนพี่เขามาทำเพลงด้วยกันเสียเลยจากนั้นไม่นานเราก็นัดเข้ามาอัดเพลงกัน ซึ่งเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ เพราะผมเองก็ชื่นชอบสไตล์การทำงานของพี่สิงโต ที่มีความ Easy ไม่ต้องซับซ้อนจนเกินไปเข้าใจง่าย แต่แฝงดีเทลบางอย่างลงไปในพาร์ตดนตรี และนี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ผมเลือกภาษาถิ่นลงไปในเนื้อเพลงด้วย นั่นจึงเป็นอีกเหตุผลที่ผมชวนเซียนหรั่ง คนเดียวที่สามารถถ่ายทอดวิถีชีวิตของคนแบบในเพลงได้ชัดเจนที่สุดก็ต้องเป็นเขา และภาพทุกอย่างก็ออกมาสวยงามตามที่ได้ชมครับ" ทางด้าน "สิงโต นำโชค" ได้เล่าถึงความรู้สึกของการร่วมงานกันครั้งนี้ว่า "ตอนแรกผมแค่จะส่งกำลังใจให้ในไลฟ์ให้เขาเฉย ๆ กลายเป็นเขามาชวนผมให้แต่งเพลงด้วยกันแล้วก็เล่าคอนเซ็ปต์เพลงประมาณว่าเราแต่งเพลงให้คน ๆ หนึ่งแต่เขากลับเอาเพลงนั้นไปให้คนอื่นก็เลยอกหัก แล้วเป้เขาก็นำไปทำต่อจนได้มาเป็น เพลงของเรา พอรุ่งขึ้นเขาก็โทรมาหานัดมาอัดเพลงเลย ในส่วนของผมเป็นคนชอบใส่ภาษาถิ่นของเราไปในเพลงอยู่แล้วพอนำมาประกอบเข้าด้วยกันทั้งหมดก็กลายเป็นเพลงที่ยอดเยี่ยมเพลงนี้ครับ" ยกให้เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่มีไอเดียใหม่ ๆ ในการเขียนเพลงอยู่เสมอจริง ๆ สำหรับ "เป้ MVL" และหากใครที่อยากรู้ว่า "เพลงของเรา (Or Not)" ที่ได้ "สิงโต นำโชค" มาร่วมทำด้วยกันนั้นจะเท่แค่ไหนก็สามารถไปฟังได้แล้วในทุกช่องทาง พร้อมติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/profile.php?id=61551568470547 และ www.facebook.com/Spicydiscrecord
ข่าวเพลงไทย • 28 ต.ค. 69
อ่าน
YESUNG ฉลองครบรอบ 10 ปีในฐานะศิลปินเดี่ยว ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 "Where We Are"
YESUNG (เยซอง) ฉลองครบรอบเดบิวต์ 10 ปีในฐานะศิลปินเดี่ยว พร้อมปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 Where We Are (แวร์ วี อาร์) ที่ประกอบไปด้วยเพลงแนวต่าง ๆ อาทิ โมเดิร์นร็อก, ซิตี้ป็อป, บัลลาด และดิสโก รวมทั้งสิ้น 12 เพลง โดยนับเป็นผลงานใหม่ในรอบ 2 ปี หลังจากมินิอัลบั้มชุดที่ 6 Its Complicated เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอด 10 ปีในฐานะศิลปินเดี่ยว YESUNG (เยซอง) ได้รับหน้าที่กำกับอัลบั้มชุดนี้ด้วยตัวเอง โดยเขาได้นำเสนอไอเดียในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผนทั้งคัดเลือกเพลง ออกแบบภาพลักษณ์และสไตล์ ไปจนถึงการผลิต เพื่อถ่ายทอดตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ออกมาอย่างสมบูรณ์ ที่สำคัญ เขามีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อร้องถึง 9 เพลง และแต่งทำนองอีก 1 เพลง สำหรับอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 Where We Are (แวร์ วี อาร์) มีธีมเกี่ยวกับ เวลา ซึ่งพาย้อนมองช่วงเวลาตลอด 10 ปีที่ผ่านมาของ YESUNG (เยซอง) พร้อมค้นหาผ่านดนตรีว่า พวกเราอยู่ ณ จุดใด ในปัจจุบัน ที่ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ล้วนเปลี่ยนแปลงและช่วงเวลามากมายผ่านพ้นไป บทเพลงในอัลบั้มนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนความรู้สึกของ YESUNG (เยซอง) อย่างลึกซึ้งเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงความรู้สึกของผู้ที่ร่วมเดินทางเคียงข้างเขามาตลอด รวมถึงผู้ฟังทุกคน โดยเพลงไตเติล Pedazos (เปดาโซส) เป็นเพลงแนวโมเดิร์นร็อกที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ชื่อเพลงที่มีความหมายว่า ชิ้นส่วนที่แตกสลาย บอกเล่าเรื่องราวของความรู้สึกอันซับซ้อนที่หลงเหลืออยู่หลังจากการเลิกรา ซึ่งทุกคนจะได้สัมผัสเสียงร้องอันหลากหลายของ YESUNG (เยซอง) ตั้งแต่เสียงต่ำแหบเสน่ห์ ไปจนถึงเสียงสูงที่ระเบิดพลังออกมา นอกจากนี้ ในอัลบั้มใหม่ยังมีเพลง Winds of Time แนวอัลเทอร์เนทีฟป็อป พูดถึงความรู้สึกในอดีตและความพยายามที่จะใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน, Lonely Night เพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟป็อปที่มีกลิ่นอายแจ๊ส บรรยายช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความเหงาหลังคนรักจากไป, 순정만화 (And then, Tomorrow) เพลงแนวซิตี้ป็อปสไตล์ AOR (Adult-Oriented Rock) เปรียบวันแห่งความสุขที่มีร่วมกับคนรักเหมือน การ์ตูนแนวโรแมนติก, 춤춰 (Lets Dance) เพลงสไตล์โมเดิร์นดิสโก สื่อถึงการสนุกอย่างเต็มที่ไปกับช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน, 시간은 우리 편 (Time Will Heal) เพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อก สื่อความเชื่อที่ว่าสุดท้ายแล้วกาลเวลาจะช่วยเยียวยา, 여전히 영원히 (靑春) เพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟป็อปซาวนด์อะคูสติก ชวนให้ปล่อยวางแล้วอยู่กับปัจจุบัน, Ordinary Miracles เพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟป็อป พูดถึงคุณค่าของความทรงจำในชีวิตประจำวัน, まただよ (MATADAYO) เพลงภาษาญี่ปุ่นซึ่งแสดงถึงความปรารถนาที่จะเหนี่ยวรั้งเวลาที่ดำเนินไป, 여우비 (The Rain Between Us) เพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อก เปรียบเปรยช่วงเวลาแห่งการเติบโตที่มาถึงอย่างไม่คาดคิด กับฝนที่ตกในยามแดดออก,숲 (The Forest Dwellers) เพลงบัลลาดที่ช่วยปลอบโยนจิตใจ และ After The Dream (梦屿) เพลงภาษาจีนแด่ผู้ที่คอยมอบความรักให้อย่างมั่นคงเสมอมา ด้านกระแสตอบรับของอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 Where We Are (แวร์ วี อาร์) หลังจากที่ปล่อยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา สามารถคว้าอันดับ 1 บนชาร์ต Top Albums ของ iTunes ทั่วโลกกว่า 13 ประเทศ อาทิ ไทย, มาเลเซีย, เม็กซิโก, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ปานามา, ปารากวัย, เปรู, ฟิลิปปินส์ อีกทั้งยังติดอันดับ TOP10 รวม 17 ประเทศทั่วโลก YESUNG (เยซอง) ได้ฝากข้อความถึง E.L.F. (เอลฟ์ : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ที่คอยมอบความรักให้เสมอมา ดังนี้ ขอบคุณทุกคนที่ทำให้การครบรอบ 10 ปี มีความหมายที่พิเศษมากขึ้นครับ เพราะมีทุกคนถึงมีผมในวันนี้ ผมถึงสามารถสร้างสรรค์เพลงที่ผมอยากทำต่อไปได้ และสามารถเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ โดยไม่ต้องกลัวอะไรครับ ขอบคุณที่คอยปกป้องอยู่เคียงข้างและร่วมเดินบนเส้นทางนี้มาด้วยกัน นับจากนี้ไป ผมอยากจะค่อย ๆ ตอบแทนทุกอย่างที่ได้รับมา เช่นเดียวกับที่ทุกคนมอบหัวใจผม ผมก็จะคอยอยู่เคียงข้างทุกคนพร้อมกับผลงานเพลงและภาพลักษณ์ที่ดียิ่งขึ้น และผมก็จะพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นเพื่อทุกคนครับ เหนือสิ่งอื่นใด ผมจะเป็นศิลปินที่ดียิ่งขึ้นจนทุกคนสามารถภูมิใจได้ไปอีกนานแสนนานครับ
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 7 ต.ค. 69
อ่าน
The Darkest Romance ปล่อยเพลงหนัก "ดีบุก" เนื้อหาไร้ความปราณี!
ต่อยอดความเดือดจาก 2 อัลบั้มอย่าง Words และ Sentence ครั้งนี้ The Darkest Romance กลับมาปลุกโสตประสาทชาวร็อกอีกครั้ง ในโลกที่คราคร่ำไปด้วย คนดี ผู้พร้อมโทษทุกอย่างยกเว้นตัวเอง เพลง ดีบุก จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฟาดความจริงใส่หน้าและชวนคนดีเหล่านั้นกลับมาทบทวนการกระทำว่าตัวเองก็ผิดเป็น เสมือนกับเป็นตัวแทนความโกรธที่พร้อมทุบทำลายหน้ากากของพวกที่ชอบทำตัวเป็นคนดี กดขี่คนอื่น เป็นเพลงที่แทนความอัดอั้นตันใจของทุกคนที่ต้องเผชิญหน้าคนเหล่านี้อยู่ในชีวิตประจำวัน แม้จะเป็นเพลงสั้นที่กระชับ ไม่อ้อมค้อม และสื่อสารตรงประเด็นไม่ต่างจากเพลง ไม่เห็นจะต้องอายเลยถ้าอยากจะร้องไห้ ที่เคยชวนทุกคนกล้าปลดปล่อยน้ำตามาแล้ว แต่ใน ดีบุก พวกเขาเลือกยกระดับความเดือดด้วยดนตรีที่ผสมผสานความหนักหน่วงระดับ Powerviolence, Thrash และ Death Metal อัดแน่นความเข้มข้นอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นเสียงเอกฉันท์ในวงว่า นี่คือ เพลงที่หนักและรุนแรงที่สุดที่ The Darkest Romance เคยทำมา เนื้อหาตรงไปตรงมา จังหวะดนตรีที่กระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง และท่อนฮุกจี้ใจดำจนต้องตะโกนตาม ปลดปล่อยความโกรธที่เก็บกดไว้ข้างในเปรียบเสมือนไม้หน้าสามที่ฟาดความจริงใส่ให้คนพวกนั้นต้องรับความจริงให้ได้เสียที! ด้านมิวสิกวิดีโอเพลง ดีบุก ได้รับพลังงานสุดบ้าดีเดือดจากการถ่ายทำการแสดงสดของวง ท่ามกลางวง Mosh Pit ของแฟนเพลงเกือบ 300 กว่าชีวิตที่ได้ฟังเป็นกลุ่มแรก ซึ่งทางวงยกให้เป็นหนึ่งใน Live Performance Music Video ที่ดีที่สุดตลอดกาล หลังซุ่มซ้อมและวางแผนนานกว่า 3 เดือน จนได้ความระห่ำและถึงเนื้อถึงตัวที่สุดมาอยู่ใน MV เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ว่าวงและแฟนเพลงคือเพื่อนกัน ที่สามารถบ้าคลั่ง ปลดปล่อย และเชื่อมโยงถึงกันได้ผ่านเสียงดนตรี "เจ็บแค้นแค่ไหน อย่าเก็บเอาไว้คนเดียว มาระบายความโกรธที่หน้าเวทีได้ทุกครั้งที่เจอกัน... เพราะคนที่ 'รับไม่ได้อะดิ' จะไม่อยู่ในพื้นที่นี้แน่นอน" รับชมและฟังซิงเกิล ดีบุก จาก The Darkest Romance ได้แล้ววันนี้ทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และติดตามมิวสิกวิดีโอสุดเดือดได้ทาง YouTube
ข่าวเพลงไทย • 7 วันที่แล้ว
อ่าน
"GOODMOOD" ส่งซิงเกิลใหม่ "โปรดรับสาย" เปิดเกมง้อเต็มสูบ ปลายสายจะใจอ่อนยัง?
หลังได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนเพลงในโปรเจกต์ genie VERSE ที่ GOODMOOD นำเพลง MISS CALL มาถ่ายทอดใหม่ จนแฟนๆ หลายคนเริ่มจับตามองเสน่ห์และตัวตนทางดนตรีของวงมากขึ้น ด้วยเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของ พี - พงศ์ศิริ เอี่ยมยัง และซาวด์กลองที่จัดจ้านจาก เอ - ธิติวัฒน์ เนียมเพชร ล่าสุด GOODMOOD พร้อมเดินหน้าสู่บทใหม่ด้วยการเปิดตัวสมาชิกใหม่ มิน - วรรษชล แก้วทองศรี (กีตาร์) และ เนอฟ - นิชฌาน ปราโมชวงค์เจริญ (เบส) ที่เข้ามาเติมเต็มสีสันทางดนตรีให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมส่งซิงเกิลใหม่ โปรดรับสาย (More Kiss) เปิดตัวก้าวใหม่ของวงในไลน์อัป 4 คนอย่างเต็มตัว โดยสมาชิกใหม่ทั้งสองคนเข้ามาเติมเต็มมิติทางดนตรี ทั้งเสียงกีตาร์และเบสที่ช่วยขยายรายละเอียดของซาวด์วงให้มีสีสันมากขึ้น โปรดรับสาย (More Kiss) เพลง Pop Rock จังหวะสนุก ขี้อ้อน ที่สานต่อเรื่องราวจาก MISS CALL จากโปรเจกต์ genie VERSE โดยหากเพลงก่อนหน้าคือการโทรไปหาใครสักคนเพราะยังคิดถึง ซิงเกิลใหม่นี้ก็พาเรื่องราวเดินหน้าต่อไป กลายเป็นสายที่โทรไปง้อ เพราะอยากได้เธอคืนมา ในส่วนของการทำงานเพลงนี้ พีนักร้องนำของวง ยังคงรับหน้าที่เขียนเนื้อร้องและทำนองด้วยตัวเอง ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่อยากคืนดีผ่านเนื้อหาตรงไปตรงมา ฟังง่าย และเต็มไปด้วยความขี้อ้อน ขณะที่สมาชิก GOODMOOD ร่วมกันเรียบเรียงและออกแบบดนตรี เติมจังหวะสนุกๆ และลูกเล่นที่ทำให้การง้อครั้งนี้ดูออดอ้อน ลดฟอร์ม น่ารักน่าหยิกไปในเวลาเดียวกัน ในส่วนของมิวสิกวิดีโอ ได้ จาว่า (ณฐมน ย้อยนวล) อินฟลูเอนเซอร์สาวขวัญใจหนุ่มๆ Gen Z มารับบทแฟนสาวขี้งอนที่ทำให้ พี ต้องออกแรงตามง้อ ออกมาในบรรยากาศสบายๆ ดูง่าย และเต็มไปด้วยความน่ารัก ชวนให้ลุ้นว่าความพยายามของพีครั้งนี้จะทำให้คนปลายสายใจอ่อนยอมรับสายของเขาได้หรือไม่ ฝากแฟน ๆ เข้าไปติดตามชมมิวสิกวิดีโอ โปรดรับสาย (More Kiss) จาก GOODMOOD ได้แล้ววันนี้ ทาง YouTube: genierock
ข่าวเพลงไทย • 26 ต.ค. 69
อ่าน
"Mirrr" คว้า "MILLI" สานต่อความเจ็บปวดผ่าน "ขึ้นใจ" เพลงประจำตัวของคนไม่ลืมรักเก่า
"ขึ้นใจ (3am call)" ซิงเกิลมาแรงตอกย้ำวลีเด็ดแห่งปี "คนไทยเป็นอะไรกับคนเก่า" ผลงานสุดไวรัลจากวงดนตรีดูโอ้ "Mirrr" ศิลปินภายใต้ค่ายเพลง What The Duck ที่ได้ชวนแร็ปเปอร์ตัวท็อปอย่าง "BLVCKHEART" มาร่วมงาน ด้วยเนื้อหาของเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่ไม่มูฟออนจากความสัมพันธ์ครั้งเก่า สถานการณ์ที่รีเลทกับชีวิตจริงของใครหลายคน พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาผ่านคลังคำศัพท์ติดหูฉบับวัยรุ่นเจนซี บวกเข้ากับดนตรีแนว RB ฟังง่าย ทำให้ซิงเกิลนี้สามารถคว้าที่นั่งอันดับ 1 บนชาร์ตสตรีมมิ่งและคลื่นวิทยุไว้ได้อย่างอยู่หมัด จนกว่าคนไทยจะเลิกคิดถึงคนเก่า "Mirrr" ขอสานต่อความเจ็บกันต่อ พร้อมดึงเอาศิลปินสาวสุดจี๊ดของวงการอย่าง "MILLI" จากค่าย YUPP! เข้ามาร่วมแจมถ่ายทอด "ขึ้นใจ (Final Call) | (Performance Video)" ในนิวเวอร์ชัน ที่ได้ดีไซน์พาร์ทดนตรีขึ้นมาใหม่ให้มีความป็อปขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ของเมโลดี้ตามแบบ "Mirrr" เอาไว้ อีกทั้งในเวอร์ชันนี้ได้มีการเติมแต่งรสชาติของเพลงให้มีมิติที่แปลกไปจากเดิม ผ่าน lyrics ที่ "MILLI" ได้มีส่วนร่วมเขียนขึ้นมาใหม่ สื่อสารผ่านมุมมองของผู้หญิงสวย เชิ่ด สตอง ไม่ง้อคนเก่า ช่วยปรับให้ Mood Tone โดยรวมของคอลแลปนี้ต่างไปจากเวอร์ชันออริจินัล แต่ยังให้เสน่ห์ที่ชวนหลงใหลไม่แพ้กัน สามารถฟัง "ขึ้นใจ (Final Call) | (Performance Video)" ได้แล้วที่นี่ และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ที่ https://www.facebook.com/whattheduckmusic และ https://www.instagram.com/haymirrr/
ข่าวเพลงไทย • 15 ต.ค. 69
อ่าน
BanG Dream! Our Notes ประกาศพร้อมเปิดให้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งเสียงเพลงที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแล้วทั้งบน Android และ iOS สโตร์ไทย
แม้ว่าจะมีตะกุกตะกักไปบ้างจนต้องเลื่อนเวลาจากกำหนดการเดิมให้แฟน ๆ ที่รอคอยได้ใจหายกันไป แต่ล่าสุดนั้นทาง BILIBILI ก็ได้ประกาศพร้อมเปิดให้บริการสำหรับ BanG Dream! Our Notes! เกมแนว Rhythm Adventure ตัวใหม่ล่าสุดจาก BanG Dream! Project แล้วอย่างเป็นทางการทั้งบน Android และ iOS สโตร์ไทย🎉🎉🎉 BanG Dream! Our Notes is now officially available! 🎉🎉🎉BanG Dreamers can visit the official website to download and enter the game! 🎶Official Website: https://t.co/XpTNLDPpEv✨ Launch Celebration Serial Code ③Code: OURNOTESRewards:“Star *200”After entering… pic.twitter.com/rtEcIk6Nc7— BanG Dream! Our Notes (@bangdreamon_EN) September 24, 2026 BanG Dream! Our NotesBanG Dream! Our Notes เกมแนว rhythm adventure ตัวใหม่ล่าสุดจาก BanG Dream! Project!เพลิดเพลินไปกับบทเพลงหลากหลายจากแบนด์ทั้ง 5 มาพร้อมด้วยเรื่องราวครั้งใหม่สุดเข้มข้นที่รอให้คุณไปค้นพบระบบเกม Rhythm ใหม่ : “GEKISO LIVE”เซคชั่นพิเศษอย่าง GEKISO LIVE จะปรากฎขึ้นในระหว่างเกมเพลย์ Rhythm !คอมโบ ความแม่นยำของการจับจังหวะ และแม้กระทั่งดวง วัดคมสกิลเกม Rhythm ของคุณไปในสุดยอดประสบการณ์เกมเพลย์แบบใหม่สุดน่าตื่นเต้นนี้สัมผัสความตื่นเต้นและความสมจริงที่ดื่มด่ำราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในการแสดง Live พร้อมเพลิดเพลินไปกับเกมเพลย์ Rhythm สไตล์ Party ที่เล่นพร้อมกันได้สูงสุดถึง 5 คนนอกจากนั้นเกม Our Notes ของเราก็ยังมีระบบเอ็กคลูซีฟส์ใหม่อย่าง Assist Mode ด้วยไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ในเกมแนว Rhythm หรือกำลังมองหาประสบการณ์ที่ผ่อนคลายชิล โหมด Assist ก็จะเป็นตัวช่วยให้ทุกคนสามารถเพลิดเพลินไปกับการแสดงและพัฒนาฝีมือได้ตามจังหวะของคุณพบกับเพลงออริจินอลไปจนถึงเพลง Cover ฮิตล่าสุดตั้งแต่เพลงต้นฉบับสุดไอคอนิกจากในอนิเมะ BanG Dream! เพลงจาก MyGO!!!!! และ Ave Mujica ไปจนถึงเพลง Cover ยอดนิยมอีกมากมาย ไลน์อัพนั้นจะเต็มไปด้วยเพลงมากมายให้ได้เพลิดเพลินกันเลือกเล่นเพลงโปรด ตั้งแต่เพลงยอดนิยมล่าสุดไปจนถึงเพลงคลาสสิกที่ทุกคนหลงรักนอกจากนี้คุณยังสามารถรับชมฉากการแสดงและมิวสิกวิดีโอจากซีรีส์อนิเมะ BanG Dream ได้อีกด้วย!ไม่เพียงเท่านั้นเพลงใหม่ล่าสุดจากวงขวัญใจแฟน ๆ อย่าง MyGO!!!!! และ Ave Mujica เองก็จะมาเปิดตัวใน Our Notes! เป็นที่แรกด้วยรายชื่อเพลง BanG Dream!Mayoiuta / MyGO!!!!!KiLLKiSS / Ave MujicaHaruhikage (MyGO!!!!! ver.) / MyGO!!!!!MUGEN MY WORLD / Mugendai MewTypeKishi Kaisen / millsageHomie’s Tie!! / Ikka Dumb Rock!และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นก็ยังมีเพลง Covers อื่น ๆ ที่จะตามมาเร็ว ๆ นี้ด้วยเรื่องราวบทใหม่ที่ถักทอขึ้นโดยวงทั้ง 5นอกจาก MyGO!!!!!, Ave Mujica, และMugendai MewType แล้ว millsage และ Ikka Dumb Rock! ก็จะมาก้าวสู่เวทีด้วยเช่นกันด้วยระบบ Cinematic Story ตัวละครภายในเกมนั้นจะมีการเคลื่อนไหวที่มีชีวิตชีวา และสีหน้าท่าทางที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่หลากหลาย เหมือนกับในอนิเมะหรือมูฟวี่ฉากพิเศษต่าง ๆ เองก็จะมีฉากแอนิเมชันอยู่ด้วย ซึ่งก็รวมไปถึงฉากใหม่เอี่ยมต่าง ๆตัวเกมนั้นได้ทำการรวบรวมเอฟเฟกต์ภาพและภาพประกอบที่หลากหลายเข้าไว้ด้วยกันเพื่อที่จะส่งมอบประสบการณ์เนื้อเรื่องที่ได้รับการปรับโฉมอย่างตระการตามาร่วมหวนคืนสู่เรื่องราวอนิเมะที่คุ้นเคยของ MyGO!!!!!, Ave Mujica, และ Mugendai MewType จากมุมมองพิเศษเฉพาะในเกม และคุณเองก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับตอนพิเศษที่จะมาสานต่อเรื่องราวของอนิเมะเอ็กคลูซีฟส์เฉพาะในเกม Our Notes นี้ ในขณะเดียวกันนั้น millsage และ Ikka Dumb Rock! ก็จะมาพร้อมด้วยเรื่องราวใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้นร่วมสัมผัสเรื่องราวอันเต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่ถูกถักทอขึ้นโดยวงทั้ง 5 และสมาชิกทั้ง 25 คนสำหรับใครที่สนใจนั้นก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดตัวเกมกันได้ที่ลิงก์สโตร์ไทยด้านล่างเลย!
Online Station • 25 ก.ย. 69
อ่าน
"WINNING" ส่งซิงเกิลใหม่ "ฉันรักเธอดีกว่าเขา" เพลงรักหวังดีแต่ติดที่เธอมีเจ้าของแล้ว
หลังจากปล่อย 2 ซิงเกิล "คิดจะไปก็ไป (It was never me)" และ "ดีใจกับฉันหน่อย (Exit)" ภายใต้สังกัด Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ล่าสุด "WINNING (วินนิ่ง เมธาวิน คุ้มโห้)" สลัดภาพหนุ่ม SAD ไม่ MOVE ON เข้าสู่โหมดเพลงรัก ที่ยังคงคาแรกเตอร์ความเป็นตัวเองในซิงเกิลที่ 3 "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" เพลงแอบรักแบบใหม่ใหม่ที่เปิดเผยและมั่นใจ "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" คอนเซ็ปต์ของเพลงนี้เริ่มต้นจากประสบการณ์ที่หลายคนน่าจะเคยผ่านมานั่นคือการแอบรัก และการรักคนมีเจ้าของ แต่ครั้งนี้ "WINNING" หยิบประสบการณ์ 2 ด้านนี้มาเล่ารวมกันในเพลงเดียว ผ่านเรื่องราวจริงในวัยเด็กของตัวเอง โดยเอาความรู้สึกเหล่านั้นมาต่อยอดเป็นคำว่า "ฉันรักเธอดีกว่าเขา" ที่กลายมาเป็นทั้งท่อน Hook และชื่อเพลงด้วย ด้านเนื้อร้อง "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" แม้เพลงนี้จะมีโทนความมั่นใจแบบ Gen Z แต่วิธีการเขียนของ "WINNING" กลับสอดแทรกไปด้วยการเปรียบเทียบที่ลึกซึ้ง อย่างการหยิบเอาคำว่า "นิยาย" หรือ "เจ้าชาย" เพื่อสร้างภาพเรื่องราวความรักที่ช่วยเสริมความมีอีโก้ของตัวละคร โดยร้อยเรียงให้เรื่องราวมีไดนามิกท่อนอวดท่อนอ้อนเพื่อปูเข้าสู่ท่อน Hook ที่จะเป็นการออกโรงมาประกาศตัวว่า "ฉันรักเธอดีกว่าเขา" แต่แค่ฉันยังไม่มีโอกาส และถ้าวันนั้นมาถึง หรือความสัมพันธ์ของเธอไปต่อไม่ได้แล้ว ฉันคนนี้นี่แหละที่จะอยู่ตรงนี้และรักเธอได้ดีกว่าคนนั้นของเธอแน่นอน! พาร์ทดนตรี "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" เป็น POP-PUNK-ROCK ที่ถ่ายทอดโดย "WINNING" ออกมาได้ดี และร่วมเรียบเรียงโดย "March Vybes" ไม่ว่าจะเป็นความสนุก ความซน ล้นพลังงาน เพื่อให้สอดคล้องกับการหยิบประสบการณ์ความรักในวัยเด็กมาเล่า ผ่านจังหวะแบบ Medium Tempo มั่นใจว่าในโชว์คนจะโดดตามร้องตามได้สนุกสนานแน่นอน ส่วนของมิวสิกวิดีโอ "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" ได้ "เนส (Kaninvong)" มาเป็นผู้กำกับ พร้อมนำเสนอมุมมองการถ่ายทำที่โตขึ้น ลึกขึ้น แต่ยังคงเข้าใจง่ายด้วยการถ่ายแบบ Fixed Camera มุมกล้องเดิมตลอดเรื่อง ผ่านโลเคชั่นเดียวก็คือบนรถ แต่จะมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นบนนั้น โดยที่นางเอกจะนั่งอยู่ในรถ ส่วน "WINNING" ที่รับบทเป็นพระเอกจะเดินตามรถอยู่ตลอด เป็น Visual Metaphor (การเปรียบเปรย) ที่สื่อถึงความสัมพันธ์ที่ไม่เท่ากัน การวิ่งตามความรักอยู่ฝ่ายเดียว การรักข้างเดียว ซึ่งเป็นแก่นเดียวกับเนื้อหาของเพลงนี้ ติดตามฟังเพลง "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" -" WINNING" ได้แล้วทุกช่องทางสตรีมมิงและ YouTube : WINNING / Kicks Records
ข่าวเพลงไทย • 28 ก.ย. 69
อ่าน
"U-KNOW" แห่ง TVXQ! อัดแน่นทุก 'SCENE' ด้วยการแสดงสุดทรงพลังในคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบ
U-KNOW (ยูโนว์) แห่ง TVXQ! (ทงบังชินกิ) อัดแน่นทุก SCENE ถ่ายทอดทุกช่วงเวลาบนเส้นทางศิลปินที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง ผ่านการแสดงสุดทรงพลังและเรื่องราวที่สะท้อนตัวตนในหลากหลายมิติ ในคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรก U-KNOW PROJECT 26 : SCENE#1 in BANGKOK (ยูโนว์ โปรเจกต์ ทเวนตี้ซิกซ์ : ซีน แชปเตอร์วัน อิน แบงค็อก) เมื่อวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2026 เวลา 18:00 น. ณ ฟีนิกซ์ แกรนด์ บอลรูม U-KNOW PROJECT 26 ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ตทั่วไป แต่คือแบรนด์คอนเสิร์ตเฉพาะตัวที่ U-KNOW (ยูโนว์) ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดการเติบโตจากประสบการณ์อันหลากหลาย ซึ่งล้วนเชื่อมโยงและส่งอิทธิพลถึงกัน พร้อมค้นหาตัวตนและอัตลักษณ์ของเขา สำหรับ SCENE#1 ที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นนี้ เป็นการผสมผสานเรื่องราวตลอดเส้นทางอาชีพกว่า 23 ปี เข้ากับการแสดงอันหลากหลายสมฐานะ ศิลปินระดับท็อปคลาส โดยโชว์ถูกนำเสนอในรูปแบบที่ให้ความรู้สึกราวกับกำลังรับชมละครเวที ผ่านการร้อยเรียงแต่ละช่วงด้วย VCR และองค์ประกอบที่สื่อถึงพิกัดเวลาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนเซปต์ของโชว์ที่มี U-KNOW (ยูโนว์) วัยเด็ก ปรากฏตัวขึ้นเพื่อเชื่อมโยงอดีตและปัจจุบัน ซึ่ง U-KNOW (ยูโนว์) เป็นผู้ดูแลและนำกระบวนการทั้งหมดด้วยตัวเอง ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนไปจนถึงการคัดเลือกนักแสดง อีกทั้งในเวที DROP และ Spotlight ทั้งคู่ยังปรากฏตัวในชุดเดียวกันและร่วมแสดงด้วยกัน สร้างความแปลกใหม่และเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมอย่างมาก ด้านเซตลิสต์ U-KNOW (ยูโนว์) รวบรวมบทเพลงโซโล่ที่สะท้อนตัวตนและเส้นทางศิลปินของเขาไว้อย่างครบถ้วน ทั้ง Follow, Thank U, Vuja De, Body Language และ Stretch ที่จัดเต็มด้วยเพอร์ฟอร์แมนซ์เข้มข้น โชว์พลังและความสามารถในการครองเวทีอย่างโดดเด่น รวมถึงซิงเกิลใหม่ Times Tickin เพลงป็อปแดนซ์ร่วมสมัยที่มาพร้อมจังหวะสนุกสนาน และ 보통의 이야기 (An Ordinary Story) เพลงบัลลาดอันนุ่มนวล ไม่เพียงเท่านี้ เขายังเผยเสน่ห์อีกมุมผ่านน้ำเสียงและการถ่ายทอดอารมณ์ที่ละเอียดอ่อนในเพลง Need You Right Now, 불면 (不眠; La Rosa) และ Waterfalls นอกเหนือจากการแสดงบนเวที U-KNOW (ยูโนว์) ยังมอบช่วงเวลาพิเศษให้แฟน ๆ ชาวไทย ตั้งแต่ช่วง SOUND CHECK WITH TALK ก่อนเริ่มคอนเสิร์ตที่เปิดโอกาสให้เจ้าตัวได้พูดคุยกับผู้ชม ไปจนถึงการสื่อสารอย่างเป็นกันเองตลอดการแสดง พร้อมเพิ่มบรรยากาศอันอบอุ่นและซาบซึ้ง ในกิจกรรมที่ให้ U-KNOW (ยูโนว์) นำเรื่องราวของแฟน ๆ ที่ส่งเข้ามาล่วงหน้ามาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งเจ้าตัวได้แสดงถึงความจริงใจและใส่ใจด้วยการอ่านเป็นภาษาไทยทั้งหมดและเขียนตอบกลับด้วยตัวเอง สำหรับช่วงอังกอร์ U-KNOW (ยูโนว์) กลับมาในเพลง 이륙 (26 Take-off), 불러 (Hit Me Up) และเพลงตามคำขอของแฟน ๆ อย่าง Checkmate พร้อมเซอร์ไพรส์ด้วยการเดินไปยังจุดต่าง ๆ รอบฮอลล์ เพื่อให้แฟน ๆ ได้สัมผัสโมเมนต์พิเศษกับเขาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความรักและความประทับใจจาก Cassiopeia ชาวไทย (แคสสิโอเปีย : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ที่ร่วมกันทำแฟนโปรเจกต์ถือแบนเนอร์ข้อความว่า U-KNOW ของเรา ขอให้เปล่งประกายอยู่เสมอเลยนะ ตลอดเวลากว่าสองชั่วโมงครึ่ง กับ 20 บทเพลง U-KNOW PROJECT 26 : SCENE#1 in BANGKOK ปิดฉากลงอย่างงดงาม กับบทแรกซึ่ง U-KNOW (ยูโนว์) แบ่งปันทั้งเรื่องราว ตัวตน และพลังบนเวทีให้กับแฟน ๆ ชาวไทย ทำให้ประเทศไทยได้กลายเป็นอีกหนึ่ง SCENE ที่เติมเต็มให้โปรเจกต์นี้สมบูรณ์
ศิลปินเอเชีย • 23 ก.ย. 69
อ่าน
จาก "เค้ก B5" สู่บทใหม่ในชื่อ "CAKE POON" 15 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้เสียงเพลงหายไป
หลังจากเว้นช่วงจากการออกเพลงของตัวเองไปนานถึง 15 ปี "CAKE POON" หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ "เค้ก B5" ศิลปิน นักร้อง และนักแต่งเพลงที่เติบโตมากับเสียงเพลงสาย Soul / RB / Pop กลับมาทำเพลงของตัวเองอย่างจริงจังอีกครั้งในปี 2026 พร้อมบทใหม่ของการเป็นศิลปินที่ไม่ได้ต้องการย้อนกลับไปเป็นคนเดิม แต่เลือกนำประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาตลอดหลายปี มาผสมกับความอยากรู้อยากลอง และค้นหาว่าเสียงของตัวเองจะเติบโตไปได้ไกลแค่ไหน เส้นทางดนตรีของ "CAKE POON" เริ่มต้นขึ้นในปี 2003 กับ B5 โปรเจกต์ 5 นักร้องจาก Bakery Music ที่เริ่มต้นจากการร้องเพลงร่วมกันบนเวที ก่อนจะได้รับเสียงตอบรับจนกลายเป็นอัลบั้ม Event ในปี 2004 และต่อยอดสู่การทำงานเดี่ยวกับอัลบั้ม The Missing Piece ในปี 2006 ก่อนจะมีซิงเกิลเดี่ยว "เกลียด" ในปี 2011 จากนั้นแม้ยังคงร้องเพลง ทำงานร่วมกับศิลปินคนอื่น และกลับมาร่วมงานกับ B5 เป็นระยะ แต่เขาได้เว้นช่วงจากการปล่อยเพลงของตัวเองไปถึง 15 ปี ช่วงเวลาที่หายไปจากการออกเพลง กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ "CAKE POON" ได้ออกไปใช้ชีวิตจริงอย่างเต็มที่ ทั้งการทำธุรกิจ ความสัมพันธ์ ความสำเร็จ ความผิดหวัง และการเปลี่ยนแปลงมากมายในชีวิต ประสบการณ์เหล่านั้นค่อย ๆ กลายเป็นวัตถุดิบสำคัญในการเขียนเพลง เมื่อค้นพบว่า การโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีคำตอบให้กับชีวิตมากขึ้นเสมอไป แต่กลับทำให้มีเรื่องให้คิด มีเรื่องให้สงสัย และมีเรื่องที่อยากถ่ายทอดมากกว่าเดิม อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ "โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร" ชวน "CAKE POON" ไปออกรายการ "Piano I" ทำให้เขาได้พบทั้งศิลปินรุ่นใหม่และคนฟังที่เติบโตมากับผลงานของเขา และได้เห็นว่าบทเพลงที่เคยทำไว้ในอดีตยังคงมีความหมายกับใครบางคน สิ่งนี้ทำให้ "CAKE POON" กลับมาเห็นคุณค่าของเสียงและความสามารถในการเขียนเพลงของตัวเองอีกครั้ง ปี 2026 จึงเป็นเหมือนการเปิดประตูสู่บทใหม่ของ "CAKE POON" อย่างจริงจัง โดยยังคงเก็บรากทางดนตรีแบบ Soul / RB / Pop ที่แฟนเพลงคุ้นเคยเอาไว้ แต่เปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้ทดลองกับซาวนด์ วิธีการทำเพลง และการทำงานร่วมกับทีมดนตรีรุ่นใหม่มากขึ้น หนึ่งในเพลงที่สะท้อนตัวตนของ "CAKE POON" ในบทใหม่นี้คือ "Sweet Potato" เพลง Soul / RB อารมณ์อบอุ่นที่หยิบ "มันหวาน" มาเปรียบกับความรักระยะยาว ความสัมพันธ์ที่อาจไม่ได้หวือหวาหรือซับซ้อน แต่เป็นความสัมพันธ์ที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจและ "อิ่มนาน" ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาษาไทยเป็นหลัก พร้อมแทรกภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ บน groove ที่ผ่อนคลายและมีความขี้เล่น สะท้อนวิธีการเขียนเพลงของ "CAKE POON" ที่มักหยิบเรื่องธรรมดาในชีวิตมามองผ่านมุมที่แปลกออกไปเล็กน้อย แต่ยังคงความจริงใจและเป็นตัวเอง นอกจากเวอร์ชันต้นฉบับแล้ว "Sweet Potato (Bedroom Acoustic Session)" ยังนำเพลงกลับมาตีความใหม่ในบรรยากาศที่ช้าลง สดขึ้น และใกล้ชิดกว่าเดิม ด้วยการลดทอนเครื่องดนตรีเหลือเพียงเปียโน เครื่องสาย กีตาร์ percussion เสียงประสาน และเสียงร้อง เปิดพื้นที่ให้รายละเอียดเล็ก ๆ ของการร้อง ทั้งลมหายใจ การแบ่งวรรค และน้ำหนักของเสียง กลายเป็นหัวใจสำคัญของเพลง เผยให้เห็นอีกด้านของ "CAKE POON" ในฐานะ vocalist ที่ไม่ได้เน้นเพียงการโชว์พลังเสียง แต่ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดอารมณ์อย่างละเอียดอ่อน ขณะที่ "Bangkok Rain" พา "CAKE POON" ก้าวออกไปสำรวจพื้นที่ทางดนตรีที่กว้างขึ้น ด้วยการนำราก Soul / RB มาผสมกับ Atmospheric Pop, Electronic Textures และกลิ่นอายของ Afrobeat ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เขานำซาวนด์ดังกล่าวเข้ามาใช้ในงานของตัวเอง โดยเลือกจังหวะ Afrobeat เพื่อสะท้อนภาพของกรุงเทพฯ เมืองเขตร้อนที่เต็มไปด้วยสีสัน ความสนุก และการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกัน เนื้อเพลงกลับเล่าถึงความเหนื่อยล้าและความรู้สึกเหมือนติดอยู่กับที่ของคนที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเคลื่อนไหวเหล่านั้น ความแตกต่างระหว่าง "เมืองที่กำลังเคลื่อนที่" กับ "คนที่กำลังหยุดอยู่กับที่" กลายเป็นแก่นสำคัญของ Bangkok Rain ขณะเดียวกันเพลงยังใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักและสอดแทรกภาษาไทยอย่างเป็นธรรมชาติ สะท้อนอีกก้าวของ "CAKE POON" ในการขยายทั้งภาษาและ sonic palette ของตัวเอง โดยมี Soul / RB เป็นรากสำคัญ แต่ปล่อยให้ความอยากรู้อยากลองพาเสียงเพลงออกไปไกลกว่าเดิม จาก "เค้ก B5" ที่หลายคนรู้จัก วันนี้เขายังคงเป็นเค้กคนเดิม และยังคงเป็นหนึ่งในสมาชิก B5 เพียงแต่ในบทใหม่ของการทำเพลง เขาขอแนะนำตัวเองอีกครั้งในชื่อ "CAKE POON" ศิลปินที่ไม่ได้กลับมาเพื่อเป็นคนเดิม แต่กลับมาเพื่อค้นหาว่า เมื่อเราเติบโตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น และยอมให้ตัวเองเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เราจะสามารถสร้างเสียงของตัวเองขึ้นมาได้อย่างไร เพราะสำหรับ "CAKE POON" เพลงในวันนี้อาจไม่ได้มีคำตอบให้กับทุกเรื่องของชีวิต แต่เป็นเพลงสำหรับคนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และยังอนุญาตให้ตัวเอง "งงกับชีวิต" ได้อยู่ "ผมไม่ได้อยากกลับไปเป็นศิลปินคนเดิม แต่อยากรู้ว่า ถ้าเราอนุญาตให้ตัวเองเริ่มใหม่ในวันนี้ CAKE POON จะกลายเป็นศิลปินแบบไหน" ฟังเพลงใหม่ทั้ง 3 เพลงจาก "CAKE POON" และดูมิวสิกวิดีโอได้ที่ YouTube : CAKE POONติดตาม "CAKE POON" ได้ทุกช่องทาง Social Facebook / Instagram / TikTok / YouTube : CAKE POON
ข่าวเพลงไทย • 22 ก.ย. 69
อ่าน
BanG Dream! Our Notes! เกมแนว Rhythm Adventure เปิด Pre-download บนมือถือเตรียมก้าวเข้าสู่โลกแห่งเสียงเพลง!
การเดินทางครั้งใหม่ของวงดนตรีกำลังจะเริ่มต้นขึ้น! BanG Dream! Our Notes! เกมแนว Rhythm Adventure จาก BILIBILI ได้เปิดให้ Pre-download ตัวเกมล่วงหน้าบนมือถือทั้ง Android และ iOS สโตร์ไทย เตรียมตัวก้าวเข้าสู่โลกแห่งเสียงเพลงไปพร้อมกัน 24 กันยายนนี้!📢 Pre-Download for BanG Dream! Our Notes Is Now Available! 🎉BanG Dream! Our Notes will officially launch on September 24 at 12:00 (UTC+9)! Pre-download is now available✨BanG Dreamers can visit the official website to pre-download the game and get ready in advance! 🎶… pic.twitter.com/IseCExzVYK— BanG Dream! Our Notes (@bangdreamon_EN) September 22, 2026 นอกจากนี้ยังได้มีการเผยสเปคมือถือที่แนะนำของทั้ง Android และ iOS ออกมาให้ชมด้วย มาดูกันว่าไหวไหม!?สเปคมือถือแนะนำiOSOSแนะนำ : iOS 18.0 / iPadOS 18.0 ขึ้นไปขั้นต่ำ : iOS 16.0 / iPadOS 16.0 ขึ้นไปProcessorแนะนำ : iPhone 15 Pro หรือ iPad ที่ใช้ชิปประมวลผลเทียบเท่าหรือสูงกว่าขั้นต่ำ : iPhone 11 หรือ iPad ที่ใช้ชิปประมวลผลเทียบเท่าหรือสูงกว่าMemoryแนะนำ: 6 GB ขึ้นไปขั้นต่ำ : 4 GBAndroidOSแนะนำ : Android 11.0 ขึ้นไปขั้นต่ำ : Android 10.0 ขึ้นไปProcessorแนะนำ : Snapdragon 8+ Gen 1 / Dimensity 9000 เทียบเท่าหรือสูงกว่าขั้นต่ำ : Snapdragon 865 / Dimensity 820 หรือเทียบเท่าMemoryแนะนำ : 8 GB ขึ้นไปขั้นต่ำ : 6 GB[Global Server Launch Celebration] Abracadabra MV Teaser Revealed!Pre-download for BanG Dream! Our Notes is now available! The teaser for “Abracadabra – Cover by Ave Mujica” MV, celebrating the Global Server Official Launch, has been revealed.Let us await the masquerade.The… pic.twitter.com/2R9IgdJUIK— BanG Dream! Our Notes (@bangdreamon_EN) September 22, 2026 BanG Dream! Our Notes เกมแนว rhythm adventure ตัวใหม่ล่าสุดจาก BanG Dream! Project!เพลิดเพลินไปกับบทเพลงหลากหลายจากแบนด์ทั้ง 5 มาพร้อมด้วยเรื่องราวครั้งใหม่สุดเข้มข้นที่รอให้คุณไปค้นพบระบบเกม Rhythm ใหม่ : “GEKISO LIVE”เซคชั่นพิเศษอย่าง GEKISO LIVE จะปรากฎขึ้นในระหว่างเกมเพลย์ Rhythm !คอมโบ ความแม่นยำของการจับจังหวะ และแม้กระทั่งดวง วัดคมสกิลเกม Rhythm ของคุณไปในสุดยอดประสบการณ์เกมเพลย์แบบใหม่สุดน่าตื่นเต้นนี้สัมผัสความตื่นเต้นและความสมจริงที่ดื่มด่ำราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในการแสดง Live พร้อมเพลิดเพลินไปกับเกมเพลย์ Rhythm สไตล์ Party ที่เล่นพร้อมกันได้สูงสุดถึง 5 คนนอกจากนั้นเกม Our Notes ของเราก็ยังมีระบบเอ็กคลูซีฟส์ใหม่อย่าง Assist Mode ด้วยไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ในเกมแนว Rhythm หรือกำลังมองหาประสบการณ์ที่ผ่อนคลายชิล โหมด Assist ก็จะเป็นตัวช่วยให้ทุกคนสามารถเพลิดเพลินไปกับการแสดงและพัฒนาฝีมือได้ตามจังหวะของคุณพบกับเพลงออริจินอลไปจนถึงเพลง Cover ฮิตล่าสุดตั้งแต่เพลงต้นฉบับสุดไอคอนิกจากในอนิเมะ BanG Dream! เพลงจาก MyGO!!!!! และ Ave Mujica ไปจนถึงเพลง Cover ยอดนิยมอีกมากมาย ไลน์อัพนั้นจะเต็มไปด้วยเพลงมากมายให้ได้เพลิดเพลินกันเลือกเล่นเพลงโปรด ตั้งแต่เพลงยอดนิยมล่าสุดไปจนถึงเพลงคลาสสิกที่ทุกคนหลงรักนอกจากนี้คุณยังสามารถรับชมฉากการแสดงและมิวสิกวิดีโอจากซีรีส์อนิเมะ BanG Dream ได้อีกด้วย!ไม่เพียงเท่านั้นเพลงใหม่ล่าสุดจากวงขวัญใจแฟน ๆ อย่าง MyGO!!!!! และ Ave Mujica เองก็จะมาเปิดตัวใน Our Notes! เป็นที่แรกด้วยรายชื่อเพลง BanG Dream!Mayoiuta / MyGO!!!!!KiLLKiSS / Ave MujicaHaruhikage (MyGO!!!!! ver.) / MyGO!!!!!MUGEN MY WORLD / Mugendai MewTypeKishi Kaisen / millsageHomie’s Tie!! / Ikka Dumb Rock!และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นก็ยังมีเพลง Covers อื่น ๆ ที่จะตามมาเร็ว ๆ นี้ด้วยเรื่องราวบทใหม่ที่ถักทอขึ้นโดยวงทั้ง 5นอกจาก MyGO!!!!!, Ave Mujica, และMugendai MewType แล้ว millsage และ Ikka Dumb Rock! ก็จะมาก้าวสู่เวทีด้วยเช่นกันด้วยระบบ Cinematic Story ตัวละครภายในเกมนั้นจะมีการเคลื่อนไหวที่มีชีวิตชีวา และสีหน้าท่าทางที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่หลากหลาย เหมือนกับในอนิเมะหรือมูฟวี่ฉากพิเศษต่าง ๆ เองก็จะมีฉากแอนิเมชันอยู่ด้วย ซึ่งก็รวมไปถึงฉากใหม่เอี่ยมต่าง ๆตัวเกมนั้นได้ทำการรวบรวมเอฟเฟกต์ภาพและภาพประกอบที่หลากหลายเข้าไว้ด้วยกันเพื่อที่จะส่งมอบประสบการณ์เนื้อเรื่องที่ได้รับการปรับโฉมอย่างตระการตามาร่วมหวนคืนสู่เรื่องราวอนิเมะที่คุ้นเคยของ MyGO!!!!!, Ave Mujica, และ Mugendai MewType จากมุมมองพิเศษเฉพาะในเกม และคุณเองก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับตอนพิเศษที่จะมาสานต่อเรื่องราวของอนิเมะเอ็กคลูซีฟส์เฉพาะในเกม Our Notes นี้ ในขณะเดียวกันนั้น millsage และ Ikka Dumb Rock! ก็จะมาพร้อมด้วยเรื่องราวใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้นร่วมสัมผัสเรื่องราวอันเต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่ถูกถักทอขึ้นโดยวงทั้ง 5 และสมาชิกทั้ง 25 คนPre-download เกม BanG Dream! Our Notes! ได้ที่
Online Station • 22 ก.ย. 69
อ่าน
"Patrick Noel" ส่งซิงเกิลใหม่สุดลึกซึ้งและอบอุ่น "ความทรงจำที่ดีที่สุด"
บางคนอาจไม่ได้อยู่ในชีวิตของเราอีกต่อไป แต่เรื่องราวและช่วงเวลาดี ๆ ที่เคยมีร่วมกันยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำเสมอ "Patrick Noel (แพทริค โนเอล)" ศิลปินป็อปอินดี้ที่มาพร้อมน้ำเสียงสุดอบอุ่นจากค่ายเพลง Universal Music Thailand เจ้าของเพลงซึ้ง ๆ "ขอบคุณสำหรับโลกใบใหม่ (Blooming)" และเพลงให้กำลังใจคนเก่ง "ไม่มีวันไหน ไม่อยู่ข้างเธอ" กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ "ความทรงจำที่ดีที่สุด" เพลงที่พูดถึง "การคิดถึงใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ในชีวิตเราแล้ว" ผ่านมุมมองของการยอมรับการจากลา และเรียนรู้ที่จะเก็บคนคนนั้นไว้ในพื้นที่ที่สวยงามที่สุดของหัวใจ "ความทรงจำที่ดีที่สุด" เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ "Patrick Noel" มีส่วนร่วมตั้งแต่จุดเริ่มต้นของไอเดียไปจนถึงการเขียนเนื้อเพลง โดยมีที่มาจากประสบการณ์การสูญเสียคนในครอบครัวของเขา ก่อนนำความรู้สึกส่วนตัวนั้นมาต่อยอดเป็นเรื่องราวที่หลายคนน่าจะเคยสัมผัส เมื่อวันหนึ่งเราสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ความเจ็บปวดจากการจากลาค่อย ๆ เบาบางลงตามเวลา แต่ความคิดถึงกลับยังปรากฏขึ้นมาในบางช่วงโดยไม่ทันตั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่คุ้นเคย สิ่งที่เคยทำร่วมกัน หรือเพียงช่วงเวลาธรรมดา ๆ ที่พาให้นึกย้อนกลับไปถึงเรื่องราวในอดีต ความรู้สึกที่หลงเหลือจึงไม่ใช่ความเศร้าจากการสูญเสียเหมือนในวันแรก หากเป็นความคิดถึงที่มีทั้งความเหงา ความอบอุ่น และความเจ็บปะปนกันอยู่เล็ก ๆ เพราะแม้เวลาจะเดินไปข้างหน้า แต่ความผูกพันบางอย่างก็ยังคงอยู่ในใจ ความรู้สึกเหล่านั้นปรากฏอย่างชัดเจนผ่านท่อนฮุก "ไม่ว่ากี่ฤดูกาล ไม่ว่ากี่ฤดูผ่าน ยังฝากถามดวงดาวเสมอ ว่าเธอนั้นเป็นเช่นไร" โดยภาพของฤดูกาลที่หมุนเวียนเปรียบเสมือนเวลาที่เดินผ่านไป ขณะที่ความทรงจำเกี่ยวกับใครบางคนยังไม่เคยหายไปไหน ก่อนจะนำไปสู่ประโยคสำคัญของเพลง "ฉันจะจำเธอไว้ ในฐานะความทรงจำที่ดีที่สุด" ที่สรุปความรู้สึกของเพลงเอาไว้อย่างเรียบง่ายและชัดเจน เพลง "ความทรงจำที่ดีที่สุด" จึงไม่ได้พูดถึงการยึดติดกับอดีตหรือความพยายามที่จะย้อนกลับไปหาสิ่งที่จากไป แต่คือการยอมรับว่าการจากลาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเราสามารถเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความคิดถึงได้ เพราะการเลือกเดินหน้าต่อไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นต้องลืมใครสักคน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และช่วงเวลาดี ๆ ที่เคยมีร่วมกันยังสามารถถูกเก็บรักษาไว้ พร้อมกับการใช้ชีวิตของเราต่อไป อีกหนึ่งผลงานที่เผยให้เห็นมุมการเขียนเพลงที่จริงใจของ "Patrick Noel" ผ่านเรื่องราวส่วนตัวที่ถูกขยายไปสู่ความรู้สึกร่วมของคนฟัง "ความทรงจำที่ดีที่สุด" จึงเป็นเพลงสำหรับทุกคนที่ยังคิดถึงใครบางคน และเป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้คนคนนั้นจะไม่ได้อยู่ข้างเราแล้ว แต่ความทรงจำดี ๆ ที่เคยมีร่วมกันยังสามารถอยู่กับเราไปได้เสมอ รับชมมิวสิกวิดีโอเพลง "ความทรงจำที่ดีที่สุด" - "Patrick Noel" ได้ที่นี่ ติดตาม "Patrick Noel" ที่ : FACEBOOK : @patrick.n.lee INSTAGRAM : @patricknoellee X : @PatrickNoelLee TIKTOK : @patricknoe1lee YOUTUBE : @patricknoellee ติดตาม Universal Music Thailand ที่ : FACEBOOK : @universalmusicthailand INSTAGRAM : @universalmusicth X : @UMusicThai TIKTOK : @universalmusicthailand YOUTUBE : @universalmusicthailand
ข่าวเพลงไทย • 22 ก.ย. 69
อ่าน
"limr" พร้อมประเดิมซิงเกิล "mine" คนไม่ Move on และยังคงรอคอยใครสักคนกลับมา
"ลีออน เกลดาร์ด" เปิดประตูบานใหม่สู่ฐานะศิลปินเดี่ยวภายใต้สังกัด Persona Entertainment พร้อมประเดิมด้วยซิงเกิลสากล "mine" เพลงรัก RB กับจังหวะชวนเหงา ที่หยิบเอาความรู้สึกของการเฝ้ารอคอยใครสักคน กับความหวังเล็ก ๆ ที่เชื่อว่าสักวัน เราจะวนกลับมาเจอกันอีกครั้งในวันและเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเขาตั้งใจถ่ายทอดอารมณ์เหล่านี้ ภายใต้ชื่อศิลปิน "limr (ลิมเมอร์)" ที่อยากชวนให้ทุกคนเข้ามาทำความรู้จัก โดย "ลีออน" เล่าว่า เพลงนี้ถูกเขียนขึ้นในช่วงเวลาที่เขาเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิต ทั้งการทำงาน และความสัมพันธ์ เนื้อหาของเพลง "mine" เลยเปรียบเสมือนสื่อกลางที่ใช้ระบายความอัดอั้นและมวลความรู้สึกที่มีในช่วงเวลานั้นออกมา ส่วนในพาร์ทดนตรีถูกสร้างสรรค์ด้วยไวบ์ที่มีความ simple ขึ้นกว่าเดิม แต่ยังคงกลิ่นอายเอกลักษณ์ Alternative pop ผสมผสานสไตล์ RB ไปในตัวที่มีความ Easy Listening ทำให้รู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงความฝันทันทีที่ได้ฟังจนจบ สำหรับจุดเริ่มต้นบนเส้นทางศิลปินของ "limr" เริ่มต้นมาจากความหลงใหลในการเล่นดนตรีตั้งแต่เด็ก โดยเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่เขาทดลองเล่นคือไวโอลิน ก่อนที่จะผันตัวมาเล่นกีตาร์และเข้าชมรมประจำโรงเรียนในสมัยไฮสคูล ช่วงเวลานั้นลีออนได้ลองทำเพลงและโปรดิวซ์อย่างจริงจังมากขึ้น ผ่านการลองผิดลองถูกมาเรื่อย ๆ จนมาพบกับเส้นทางและแนวเพลงที่ใช่ภายใต้สเตจเนม "limr" ในท้ายที่สุด ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา would u, look at us now, together และผลงานล่าสุดอย่าง surreal ส่วนคำว่า "limr" มาจากคอนเซ็ปต์ที่เขาตั้งใจสร้างคาแรกเตอร์ใหม่ในโลกของดนตรี และอยากให้คนลบภาพจำของลีออนออกไป เพื่อสามารถครีเอทผลงานออกมาได้อย่างอิสระ ไม่มีกรอบมาจำกัด เลยเป็นที่มาของสเตจเนม "limr" ผ่านการผสมผสานระหว่างคำ 2 คำ ได้แก่ "limerence" ที่หมายถึงความคลั่งไคล้ในบางสิ่งอย่างรุนแรง เป็นความรู้สึกที่สุดโต่งมาก ๆ ซึ่งสามารถโยงเข้ากับความหมายในผลงานที่ผ่านมาของเขา และอีกคำคือ "liminal" สถานที่ที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยแต่อาจไม่มีอยู่จริง ให้ภาพของความเหนือจินตนาการ หรือการตกอยู่ในภวังค์ของความฟุ้งฝัน ซึ่งสอดคล้องกับ Conceptual Art ที่สะท้อนตัวตนของ "limr" ออกมาได้เป็นอย่างชัดเจนนั่นเอง สามารถฟังเพลง "mine" ได้แล้วทุกสตรีมมิง และติดตามการเคลื่อนไหวของ "limr" ได้ทางhttps://www.instagram.com/limrvision/ และ https://www.tiktok.com/@limrvision
ข่าวเพลงไทย • 16 ก.ย. 69
อ่าน
"อะตอม ชนกันต์" เปิดตัวอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 Exit ประเดิมซิงเกิลแรก "Oasis" Feat.D Gerrard
เปิดประตูสู่อีกมิติสำหรับแฟนเพลง "อะตอม ชนกันต์ รัตนอุดม" ศิลปินและนักแต่งเพลงระดับแถวหน้าของเมืองไทย ประกาศคัมแบ็กอัลบั้มชุดที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ในรอบเกือบหนึ่งทศวรรษ นับจากอัลบั้มแรก "Cyantist" เมื่อปี 2017 ล่าสุดเจ้าตัวพร้อมพาทุกคนก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ ด้วยการเปิดตัวอัลบั้มเต็มชุดที่สองที่มีชื่อว่า "Exit" อัลบั้มที่จะพาทุกคนลอกคราบออกจากภาพจำ เสียงรบกวน และความคาดหวัง เพื่อเดินทางเข้าสู่ตัวตนที่แท้จริงของอะตอมในปัจจุบัน โดย "อะตอม" ได้เลือกส่งเพลง "Oasis" Feat.D Gerrard มาเป็นซิงเกิลแรกในการโปรโมทเปิดประตูสู่อัลบั้มใหม่นี้ ซึ่งมาพร้อมกับคอนเซปต์ความรักที่เติบโตขึ้น อิ่มเอม และเบาสบาย เปรียบเสมือนการได้พบรักที่ลงตัวโดยที่เราไม่ต้องพยายามเป็นคนอื่นเพื่อให้ความรักดำเนินต่อ การได้พบเจอรักครั้งนี้จึงไม่ต่างอะไรกับการได้เจอ "Oasis" แหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์กลางทะเลทรายที่แห้งแล้ง เป็นที่พักใจให้ได้เติมแรง เติมพลัง และพร้อมจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อเผชิญกับทุกสิ่ง ในพาร์ทดนตรีของเพลง "Oasis" ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อ "อะตอม" ยอมก้าวออกจากเซฟโซนดนตรีแบบ Organic ที่คุ้นเคย หันมาทดลองซาวนด์และสไตล์ดนตรีรูปแบบใหม่ มีการหยิบเอา Synthesizer และเสียงกลองแบบ Drum Samples เข้ามาสร้างมิติได้อย่างน่าสนใจ ที่สำคัญยังได้แรปเปอร์หนุ่มมากฝีมืออย่าง "บิ๊ก D Gerrard" มาร่วมแจมและดีไซน์ท่อน Rap ช่วยเติมสีสันและความจัดจ้านให้เพลงนี้กลมกล่อมและลงตัวขึ้นอย่างมาก ยืนยันถึงความสบายใจของ "อะตอม" ในวัยที่โตขึ้นที่จะถ่ายทอดเรื่องราวดี ๆ ออกมาผ่านเสียงเพลง สำหรับ "Oasis" เป็นบทเพลงแนว Good Vibes ฟังสบายที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความรักรูปแบบหนุ่มสาว แต่เป็นเพลงที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นความรักในรูปแบบของคู่รัก เพื่อน ครอบครัว หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงแสนรัก โดย "อะตอม" เล่าถึงเพลงแรก "Oasis" จากอัลบั้มใหม่ "Exit" หลาย ๆ ครั้งงานที่เราทำทำให้เรามีความคาดหวังจากตัวเอง คาดหวังจากคนอื่น ทำให้เราทำตัวเองต่างออกไปจากที่เราเป็นจริง ๆ แต่มันจะมีไรดีกว่าการที่เราเป็นตัวเองและถูกรักที่เราเป็นแบบนั้นได้ แบบสนิทใจ การที่เราเจอใครสักคนที่ทำให้เราเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ เป็นเหมือนที่ชาร์ตพลัง ในเพลง ทะเลทรายคือเหมือนโลกปัจจุบัน ทำงานหนัก มันต้องเจอความคาดหวัง ความกดดัน การที่ได้มีคนคนนึงรักเราแบบที่เราเป็นตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันเหมือนบ่อน้ำหรือที่เขียวชอุ่มในกลางทะเลทราย ก็เหมือนกับ "Oasis" เพราะทุกคนสามารถเป็น "Oasis" หรือที่พักพิงใจคอยชาร์จพลังให้กันได้ในทุก ๆ วัน ซึ่งแฟน ๆ สามารถติดตามฟังซิงเกิล "Oasis" Feat.D Gerrard และร่วมออกเดินทางสู่ตัวตนใหม่ของ "อะตอม ชนกันต์" ไปด้วยกันในอัลบั้ม "Exit" ได้แล้ววันนี้ทุกช่องทางสตรีมมิง
ข่าวเพลงไทย • 25 ส.ค. 69
อ่าน
"NCT 127" คัมแบ็กยิ่งใหญ่! ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 7 "BLINGY" ฉลองครบรอบเดบิวต์ 10 ปี
การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ NCT 127 (เอ็นซีที วันทูเซเว่น) พร้อมผลงานใหม่อัลบั้มเต็มชุดที่ 7 BLINGY (บลิงกี) รวบรวมทั้งหมด 9 เพลงหลากหลายแนว อาทิ ร็อก, ป็อป, อินดี้ป็อป และอื่น ๆ เพื่อนำเสนอโลกดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ที่มีแค่พวกเขาเท่านั้นที่ทำได้ ในอัลบั้มนี้ NCT 127 (เอ็นซีที วันทูเซเว่น) ได้หวนคิดถึงเส้นทางที่เดินเคียงข้างกันมาตลอด 10 ปี พร้อมทั้งแสดงถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะยังคงสร้างเส้นทางของตัวเองต่อไป ด้วยแรงขับเคลื่อนจากความภาคภูมิใจในวงและความผูกพันอันแน่นแฟ้น อีกทั้งสโลแกนหลักอย่าง CALL 127 ยังสื่อความหมายอย่างชัดเจนถึงการที่เหล่าสมาชิกและแฟนคลับจะกลับมารวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกันในฐานะ One Team อีกครั้ง สำหรับเพลงไตเติล Blingy (บลิงกี) เป็นเพลงฮิปฮอปที่ผสมผสานเสียงซินธ์ที่ผ่านการปรับแต่งให้มีความดุดันเข้ากับจังหวะกลองอันหนักแน่นและท่อนฮุกสไตล์ชานติงที่ทรงพลัง พร้อมถ่ายทอดกลิ่นอายของดนตรีแนวเรจและดับสเตปออกมาตามแบบฉบับของ NCT 127 (เอ็นซีที วันทูเซเว่น) ด้านเนื้อเพลงโชว์ให้เห็นถึงพลังที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และตัวตนที่มีออราอันเปล่งประกายดั่งพลุขนาดยักษ์ที่ลุกโชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ก็มีภาพที่เปี่ยมไปด้วยพลังสลับกับฉากการแข่งรถที่พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TAEYONG (แทยง) ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบท่าเต้นของเพลงไตเติล Blingy (บลิงกี) เพื่อนำเสนอสไตล์ฮิปอันเป็นเอกลักษณ์ของวง พร้อมสะท้อนความมั่นใจผ่านการแสดงระดับท็อปคลาสที่ดึงดูดสายตาของผู้ชม ทั้งการผสมผสานท่าเต้นฮิปฮอปสุดดุดันเข้ากับดนตรีที่เร้าใจ และการสร้างความโดดเด่นด้วยการสลับอารมณ์ระหว่างความกระฉับกระเฉงกับจังหวะที่ผ่อนคลาย ตลอดจนท่ามือที่เป็นเอกลักษณ์ติดตา อัลบั้มชุดใหม่นี้จะเน้นไปที่แนวฮิปฮอป โดยมีตั้งแต่เพลงฮิปฮอป Legacy (เลกาซี) ที่ส่งต่อพลังบวกอันเปรียบดั่งแสงสว่างไปทั่วกรุงโซล เมืองอันเป็นรากฐานของทีม, เพลงที่อัดแน่นไปด้วยพลังอย่าง Piata (ปิญาตา) ผสมผสานซาวนด์ร็อกเข้ากับฮิปฮอปอย่างลงตัว เนื้อเพลงแสดงถึงความมั่นใจที่จะเปลี่ยนเวทีให้กลายเป็นเทศกาลอันร้อนแรง ราวกับได้สนุกสุดเหวี่ยงไปกับการทุบตุ๊กตาปิญาตาในเทศกาล, เพลงโอลด์สกูลฮิปฮอป Step Up (สเตป อัป) ที่ปลดปล่อยพลังอันกล้าหาญในการก้าวข้ามขีดจำกัดตามแบบฉบับของตนเองอย่างไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดที่จะเกิดขึ้นทั้งนั้น และเพลงฮิปฮอปสนุก ๆ IKR (ไอเคอาร์) นำเสนอทัศนคติอันเด็ดเดี่ยวและความเชื่อมั่นอันแน่วแน่ในการปฏิเสธวิถีที่จำเจจนคาดเดาได้ และทำให้โลกตะลึงด้วยภาพลักษณ์ใหม่ให้สมกับชื่อเพลงว่า I Know, Right? ไปจนถึงเพลงฮิปฮอปสไตล์ไฮเพอร์แทร็ป Day After Day (เดย์ อาฟเตอร์ เดย์) สื่อถึงการก้าวไปข้างหน้าในแบบที่ยังเป็นตัวของตัวเองเสมอ ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีเพลงป็อปร็อก 127 Million Miles (วันทูเซเว่น มิลเลียน ไมล์ส) ที่สมาชิกได้ร่วมร้องครบทั้ง 7 คน ซึ่งรวมถึง DOYOUNG (โดยอง) และ JUNGWOO (จองอู) โดยหยิบยกตัวเลขเชิงสัญลักษณ์อย่าง 127 มาผสานเข้ากับคำสัญญาที่จะคอยมองและเคียงข้างกันเสมอไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันเพียงใด นับเป็นการถ่ายทอดความรักอันลึกซึ้งและความจริงใจที่มีต่อแฟนคลับได้อย่างมีชั้นเชิง, เพลงอินดี้ป็อป Getaway (เกตอะเวย์) ที่มอบกำลังใจและช่วยเยียวยาผู้คนที่เหนื่อยล้าจากวิถีชีวิตอันเร่งรีบ พร้อมเชิญชวนให้ออกเดินทางอย่างไร้จุดหมายสักหนึ่งวัน เพื่อดื่มด่ำกับอิสรภาพอย่างเต็มที่ ตลอดจนเพลงป็อป I mean, Its about time (ไอ มีน, อิตส์ อะเบาต์ ไทม์) ที่ TAEYONG (แทยง) และ JOHNNY (จอห์นนี่) ร่วมแต่งเนื้อร้องนั้น พาย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมสื่อถึงความตั้งใจที่จะพึ่งพาอาศัยและก้าวเดินเคียงข้างกันไปสู่อนาคต นอกจากนี้ SM True (เอสเอ็ม ทรู) ได้ร่วมฉลองครบรอบเดบิวต์ 10 ปีของ NCT 127 (เอ็นซีที วันทูเซเว่น) ด้วยการเปิดพรีออเดอร์อัลบั้มเต็มชุดที่ 7 BLINGY (Photobook Ver. SM True Exclusive) ซึ่งมีภาพปกและโฟโตการ์ดสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะแค่ในอัลบั้มเวอร์ชันนี้เท่านั้น สั่งจองกันได้แล้ววันนี้ที่ร้านค้า SM True Store ในแอป Shopee ทางลิงก์ https://shp.ee/6jLem2te ทั้งนี้ NCT 127 (เอ็นซีที วันทูเซเว่น) เตรียมจัดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งที่ห้า NCT 127 5TH TOUR 'NEO CITY : BANGKOK - THE REDLINE' (เอ็นซีที วันทูเซเว่น ฟิฟธ์ ทัวร์ 'นีโอ ซิตี้ : แบงค็อก - เดอะ เรดไลน์') ในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม และวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เวลา 19:00 น. ณ ธรรมศาสตร์ สเตเดียม โดยจะเปิดจำหน่ายบัตรรอบสมาชิก NCTzen 127 Membership (GL) Pre-Sale ในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2026 เวลา 19:0023:59 น. รอบสมาชิก JOY-CLUB Pre-Sale วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2026 เวลา 11:0015:59 น. และรอบบุคคลทั่วไป วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2026 ตั้งแต่เวลา 11:00 น. เป็นต้นไป ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิส ออลล์ทิคเก็ต ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และทางเว็บไซต์ www.allticket.com/event/NCT127_NEOCITY_THE_REDLINEinBKK
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 25 ส.ค. 69
31นาที มาดื่มกันเถอะ
31นาที มาดื่มกันเถอะ
OPZTV • 16 ส.ค. 69
อ่าน
"หมายตา" ความรู้สึกของคนที่แอบรัก เพลงใหม่จาก "กัน นภัทร" ร่วมทำกับ marr team
"กัน นภัทร อินทร์ใจเอื้อ" นักร้อง นักแสดง และพิธีกรชาวไทย มีชื่อเสียงโด่งดังจากการคว้าตำแหน่งชนะเลิศในรายการ เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 6 เมื่อปี พ.ศ. 2553 มีผลงานเพลงฮิตมากมาย เช่น ระยะทำใจ, ข้าง ๆ หัวใจ ปัจจุบันได้มีโอกาสมาร่วมทำเพลงกับ marr team มีชื่อเพลงว่า "หมายตา" ซิงเกิลที่ 42 จาก marr team ร่วมถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่แอบรักใครสักคนหมดหัวใจ "หมายตา" บทเพลงรักที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่ตกหลุมรักใครสักคนตั้งแต่แรกเห็น และได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ พร้อมภาวนาให้หัวใจดวงนั้นยังไม่มีใคร โดยครั้งนี้ได้ กัน นภัทร มาร่วมถ่ายทอดบทเพลงด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความละมุน เพลงนี้เล่าถึงความรู้สึกของการ "หมายตา" ใครสักคนเอาไว้ในหัวใจ แม้จะยังไม่มีโอกาสได้บอกความรู้สึกออกไป แต่ก็ยังคงเฝ้ามองและภาวนาให้ได้สมหวังในสักวัน ซึ่งสะท้อนความรู้สึกของคนที่กำลังแอบรักใครสักคนได้อย่างชัดเจน ทั้งความหวัง ความเขิน และความกลัวที่จะมีใครเข้ามาจับจองหัวใจของคนที่เรารัก นอกจากนั้นเพลงนี้ยังได้ "พัด Vorapat" รับหน้าที่เขียนทั้งเนื้อร้องและทำนอง เมื่อผสานเข้ากับเสียงร้องอันอบอุ่นและมีเสน่ห์ของ "กัน นภัทร" ยิ่งทำให้เพลง "หมายตา" กลายเป็นบทเพลงรักที่เต็มไปด้วยความละมุน และเป็นตัวแทนของใครหลายคนที่กำลังแอบชอบใครสักคน พร้อมภาวนาให้ความรักครั้งนี้สมหวังดั่งที่หมายตาเอาไว้ สามารถติดตามผลงานเพลง "หมายตา" ทาง Youtube : marr team official, Instagram : marrteam.official, Tiktok : marr_team
ข่าวเพลงไทย • 6 ส.ค. 69
อ่าน
ต้อนรับชั่วโมงแห่งความรักกับ "Happy Hour" ซิงเกิลใหม่ล่าสุดจาก "LADIIPRANG"
ถ้าความรักมีช่วงเวลาที่ดีที่สุด ก็คงเป็นชั่วโมงที่มีคนที่เรารักอยู่ข้าง ๆ และนั่นคือความรู้สึกที่ "LADIIPRANG" อยากชวนทุกคนมาสัมผัสผ่าน "Happy Hour" ซิงเกิลใหม่ล่าสุด เพลงรักฟีลอบอุ่นที่พร้อมเปลี่ยนทุกชั่วโมงธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาพิเศษ "Happy Hour" ถ่ายทอดโมเมนต์เล็ก ๆ ที่อบอวลไปด้วยความสุข ตั้งแต่วินาทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วได้เห็นคนที่รักอยู่ข้าง ๆ ความรู้สึกที่ทำให้เราเผลอคิดว่า ถ้าหยุดเวลาไว้ตรงนี้ได้ก็คงดี แค่มีอ้อมกอดของกันและกัน ทุกวินาทีก็ดูมีความหมายจนอยากเก็บไว้ตลอดไป ผลงานคุณภาพที่ได้คนดนตรีตัวจริงอย่าง "ดาโน่ ดนัย" และนักเขียนมือทอง "แอ้ม อัจฉริยา" มาร่วมดีไซน์ซาวด์ป๊อปอาร์แอนด์บี ที่ทั้งละมุนและโรแมนติกอย่างพิถีพิถันในทุกองค์ประกอบ เพื่อขับเสน่ห์น้ำเสียงของ "LADIIPRANG" ให้เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก จนกลายเป็นเพลงรักที่ทั้งฟังสบาย อบอุ่นหัวใจ และชวนยิ้มได้ตั้งแต่ต้นจนจบ สำหรับใครที่กำลังมีความรัก หรือกำลังมีใครบางคนที่ทำให้ทุกวันกลายเป็นวันที่พิเศษ "Happy Hour" คือเพลงที่อยากให้คุณเปิดฟังไปพร้อมกับเขา แล้วปล่อยให้ทุกวินาทีกลายเป็นความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน พร้อมรับชมมิวสิกวิดีโอได้แล้ววันนี้ YouTube/LOVEiS และติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook : Prang Kannarun Fanpage, Instagram : LADIIPRANG, TikTok : LADIIPRANG, Facebook : LOVEiS /X/Instagram : @LOVEiS_ent
ข่าวเพลงไทย • 26 ก.ค. 69
อ่าน
"jaei" ส่งเพลงรักสดใสชวนฟัง "เธอน่าจะชอบนะ" ได้ "guncharlie" ร่วมแต่งให้
เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา สาว "จ๊ะอี๋ jaei (นวลจันทร์ ณ ถลาง)" สังกัด Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ได้ปล่อยซิงเกิล "ไม่รู้ไม่รู้ (Maybe I Like You)" เพลงป็อปฟังสบายที่มีกลิ่นอายวินเทจมาแล้วนั้น ล่าสุด ได้พร้อมปล่อยซิงเกิลใหม่เพลงรักอีกเช่นเคยชื่อ "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" ซึ่งความพิเศษของเพลงนี้ ได้ศิลปินรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง "guncharlie" มาร่วมแต่งคำร้องและทำนองให้อีกด้วย "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" เนื้อหาเล่าถึงโมเมนต์ในความรัก ความสัมพันธ์ ผ่าน มุมมองที่สดใสและน่ารักในแบบ "jaei" อีกเช่นเคย โดยเพลงนี้จะเปรียบการถ่ายรูปท้องฟ้าส่งให้ดูเป็นประโยคบอก "รักและคิดถึง" ของคนขี้อายคนหนึ่ง และได้ "guncharlie" มาเขียนเนื้อร้องและทำนองเพลงนี้ให้ โดยเขียนจากสิ่งที่ "jaei" เคยเล่าให้ฟังว่า "เวลาชอบใครก็จะชอบถ่ายท้องฟ้าไปให้ดู" หรือ "พอเจออะไรน่ารัก ๆ ก็จะนึกถึงเขาเสมอ และอยากให้เขาได้ดูด้วยเหมือนกัน" ซึ่งจะเล่าถึงคนบางคนที่อาจจะเขินกับการพูดคำว่ารัก ตรง ๆ เลยแสดงออกผ่านการส่งรูปน่ารัก ๆ หรือสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวันให้ดู หรือส่งท้องฟ้าที่กำลังมองอยู่มา เพื่อแสดงให้เห็นว่า แม้จะไกลกันแต่เรายังคิดถึงเธอตลอด นอกจากนั้นในส่วนของดนตรี เพลงนี้ได้ "ปกป้อง Plastic Plastic" มาเรียบเรียงดนตรีให้ และ "แทน Lipta" ยังคงเป็นโปรดิวเซอร์อีกเช่นเคย ในส่วนของมิวสิกวิดีโอ "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" - "jaei" ได้ถ่ายทอดความรู้สึกผ่าน MV นี้ด้วยตนเอง โดยเล่าถึงการเป็น "นักสะสมท้องฟ้า" ที่คอยถ่ายท้องฟ้าส่งไปให้คนที่ชอบ ผ่านกล้องชนิดต่าง ๆ เพราะคิดว่าเขาเองก็น่าจะชอบเหมือนกัน อีกทั้งใน MV ยังถ่ายทำด้วยกล้อง iPhone อีกด้วย ติดตามฟังเพลง "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" ได้แล้วทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิง และรับชมมิวสิกวิดีโอได้ทาง YouTube : jaeicoolkid / Kicks Records
ข่าวเพลงไทย • 16 ก.ค. 69
อ่าน
เริ่มต้นด้วยคำขอบคุณ! THE GENIUS เปิดห้องหัวใจครั้งแรกใน “ยังมีเธออยู่ตรงนี้” เพลงนิยามรักจากเรื่องจริงของครอบครัว
เริ่มก้าวเดินอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ THE GENIUS (สตางค์-กรวิชญ์ ศรีธาดา) ศิลปินหนุ่มผู้ทุ่มเทกับทุกบทบาทในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเล่นบาสเก็ตบอลสมัยมัธยม มาจนถึงการเป็นนักร้องที่เริ่มต้นตอนรั้วมหาวิทยาลัย และวันนี้เขาก็ได้ก้าวสู่การเป็นศิลปินในนาม พร้อมผลงานเพลงแรกที่เขาทำเองแทบทุกขั้นตอนอย่าง ยังมีเธออยู่ตรงนี้ ยังมีเธออยู่ตรงนี้ เป็นผลงานที่เกิดขึ้นมาจากความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้สึกที่หลายคนอาจเคยมีต่อใครสักคนที่อยู่เคียงข้างเรามาเสมอ โดยผลงานนี้ได้แรงบันดาลใจของเพลงนี้มาจากคุณพ่อและคุณแม่ที่อยู่เคียงข้างมาตลอดในทุกช่วงของชีวิตจนทำให้ตัวของ THE GENIUS ตั้งคำถามว่า หากวันหนึ่งเราต้องขอบคุณคนที่มีความหมายต่อชีวิตเรามากที่สุดเราจะใช้คำว่าอะไร ด้วยเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้ง ทำให้ THE GENIUS ทำผลงานนี้ออกมาเป็นเพลงป็อปร็อคช้าๆ เพื่อสื่อสารเรื่องราวของคนๆ หนึ่งซึ่งอยากขอบคุณคนสำคัญในชีวิตแต่ไม่สามารถจะหาคำไหนมาอธิบายความรู้สึกนี้ได้แม้แต่คำว่า รัก ก็ยังไม่มากพอจะอธิบายความรู้สึกทั้งหมดที่มี โดยผลงานนี้ THE GENIUS อยู่ในทุกขั้นตอนทั้งโปรดิวซ์ แต่งเนื้อร้อง ทำนอง เรียบเรียง และได้สตูดิโอมืออาชีพ Polarbear Studio ช่วยซัพพอร์ตในส่วนของโปรดักชั่นทางดนตรีให้สมบูรณ์ โดย THE GENIUS ได้ฝากถึงเพลงนี้ว่า ผมเชื่อว่าทุกคนต่างมีใครบางคนที่ซ่อนอยู่ในเพลงนี้ ผมหวังว่าเพลงนี้จะเป็นตัวแทนของความรู้สึกที่ทุกคนสามารถส่งต่อให้คนคนนั้นได้รับรู้ ว่าการมีเขาอยู่ในชีวิตมันมีความหมายมากมายเพียงใด และหวังว่าสักวันในอนาคตผมจะได้ใช้เพลงนี้ขอบคุณผู้ฟังทุกๆ คนเช่นกันนะครับ สัมผัสความสวยงามของเพลง ยังมีเธออยู่ตรงนี้ ได้ทาง YouTube THE GENIUS และทุกช่องทางสตรีมมิ่งได้แล้ววันนี้ พร้อมกดติดตามทุกช่องทางเพื่อฟังผลงานใหม่ก่อนใครได้เช่นกัน
ข่าวเพลงไทย • 16 ก.ค. 69
อ่าน
"jeffy" ส่งซิงเกิลตัดพ้อ "Karma (ท่องไว้ในใจ)" เพลงของคนใจร้ายที่อยากกลับใจในวันที่สาย
"jeffy" หรือ "เจฟฟี่ จักษวัชร ทรงเพ็ชรมงคล" ศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรงจาก SAUCE BKK (ซอส บีเคเค) ยูนิตเจนซีภายใต้ค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) เจ้าของผลงานชื่อคุ้นอย่าง รักกันมาตั้งนาน (RGMTN), No.2, last summer และ hairband รวมถึงอีกหนึ่งผลงานล่าสุดจากอัลบั้ม "Sathorn Angels" กับเพลงที่มีชื่อว่า "Show It" ซิงเกิลแทนใจความสัมพันธ์ Toxic ที่ได้แร็ปเปอร์ตัวตึงแห่งยุคอย่าง "SEXSKI" มาร่วมแจมสาดสีสันใหม่ ๆ ให้ชัดกว่าที่เคย นอกจากในพาร์ทศิลปินเจ้าของผลงานสุดไอคอนิกแล้ว "jeffy" ยังสวมบทบาทเป็นนักแต่งเพลง ผู้อยู่เบื้องหลังซิงเกิลไวรัลที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้กับ "ขี้แง (Boys Dont Cry)" ผลงานล่าสุดจากวง T-POP สุดแมสแห่งยุคอย่าง "PROXIE" ซึ่งเขาและชาวแก๊งสมาชิกบ้าน SAUCE BKK ร่วมกันรังสรรค์ พร้อม represent ตัวตนและ DNA ตามแบบฉบับของตัวเองลงไปแบบไม่มีกั๊ก ทำให้ชื่อของพวกเขาถูกพูดถึงในวงกว้าง และมีแฟน ๆ ตามรอยไปติดตามผลงานอื่น ๆ กันอย่างต่อเนื่อง มากันต่อที่ซิงเกิลล่าสุด "Karma (ท่องไว้ในใจ)" หรือแปลตรงตัวในความหมายภาษาไทยว่า "กรรมตามสนอง" เพลงของคนใจร้ายที่อยากกลับตัวกลับใจในวันที่สาย โดยเพลงนี้ถูกสื่อสารด้วยความรู้สึกตัดพ้อ เป็นความรู้สึกผิด และอยากขอโทษในสิ่งที่ได้เคยทำผิดไปกับคนรัก กว่าจะรู้ตัวอีกทีความสัมพันธ์ก็ถูกทำลายไปแล้ว ทำได้เพียงภาวนาขอให้อีกฝ่ายกลับมารักกันอีกครั้งแม้จะไม่มีหวังก็ตาม โดยความพิเศษของซิงเกิลนี้ คือจะได้เห็นถึงพัฒนาการของการใช้คำที่มีลูกเล่นมากขึ้นกว่าซิงเกิลที่ผ่านมา ทั้งการเล่นสัมผัสคล้องจอง รวมถึงคำเปรียบเปรยที่ลึกซึ้ง ชวนให้แฟนเพลงสามารถตีความกันได้อย่างอิสระ ส่วนในพาร์ทดนตรีถูกเรียบเรียงผ่านสไตล์ RB และ Hiphop ก่อนเพิ่มเลเยอร์ความป็อปด้วยเสียง Synth ที่ช่วยเพิ่มมิติให้เพลงน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น สามารถติดตามเพลง "Karma (ท่องไว้ในใจ)" ได้แล้วทุกสตรีมมิงแพลตฟอร์ม และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ "jeffy" ได้ทาง : https://www.instagram.com/jeffyjsjs/ และ https://www.instagram.com/saucebangkok/
ข่าวเพลงไทย • 12 ก.ค. 69
อ่าน
"WINNING" feat.JayQ การขอร้องครั้งสุดท้ายคนรักเก่า ผ่านซิงเกิลใหม่ "ดีใจกับฉันหน่อย"
"WINNING" หรือ "วินนิ่ง เมธาวิน คุ้มโห้" ศิลปินเลือดใหม่จาก Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) หลังจากเปิดตัวกับค่ายด้วย "คิดจะไปก็ไป (It was never me)" พร้อมส่งซิงเกิลที่ 2 อย่างต่อเนื่องทันทีกับ "ดีใจกับฉันหน่อย (Exit)" เพลงจบรักจากคนที่มูฟออน (Move On) ได้แล้ว พร้อมชวน "JayQ" มาอ้อนวอนครั้งสุดท้ายจากคนรักเก่า โดยเพลงนี้ยังคงเอกลักษณ์การเล่าเรื่องในแบบซิงเกิลแรกไว้ ผ่านมุมมองเจ็บรักอย่างเข้าใจ แม้ไม่ได้ใช้ชีวิตต่อด้วยกันก็ตาม "ดีใจกับฉันหน่อย (Exit)" ซิงเกิลที่ 2 ของ "WINNING" จุดเริ่มต้นเกิดจากการอยากสื่อสารเรื่องราวบทถัดไปของซิงเกิลแรก "คิดจะไปก็ไป (it was never me)" จากเดิมที่พูดถึงการเจ็บปวดเรื้อรังจากการถูกทิ้ง เพลงนี้เลยเป็นสิ่งแทนใจของคนที่พยายามจะก้าวต่อไปมูฟออนจากรักที่ผ่านมา หลังจากผ่านความเจ็บปวด การเยียวยา การพยายามก้าวผ่านไป จนในที่สุดก็พอจะอยู่ได้แล้วกับการไม่มีใคร เลยอยากจะอ้อนวอนขอคนรักเก่าสักครั้งเป็นครั้งสุดท้ายคือการ "ดีใจกับฉันหน่อย" ที่ออกจาก (Exit) ความสัมพันธ์ครั้งนี้ได้แล้ว เลยเป็นที่มาของชื่อเพลงทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งเนื้อร้องและทำนองแต่งโดย "WINNING" เอง และยังได้ "March Vybes" ร่วมเรียบเรียง พาร์ทดนตรียังเป็น Pop-Rock แต่เน้นการสื่อสารอารมณ์อย่างตรงไปตรงมา และเพื่อไม่ให้มู้ดจมอยู่กับความเศร้าเลยเลือกเพลงนี้ให้อยู่ในจังหวะ Medium Tempo โดยเน้นความเข้มข้นและดุดันของกีตาร์ เพื่อสะท้อนความรู้สึกหนักแน่น พยายามเข้มแข็งของคนที่กำลังฝืนลุกยืนเพื่อก้าวไปอีกครั้ง แม้เนื้อหาจะมาพร้อมกับบาดแผล แต่ "WINNING" ตั้งใจให้ดนตรีพาให้คนฟังรู้สึกปลดปล่อย สะใจ ราวกับได้ระบายความรู้สึกทั้งหมดออกไปพร้อมกับเสียงเพลง อีกหนึ่งความพิเศษของเพลงนี้คือการได้ "JayQ" มาเติมอารมณ์ใหม่ ๆ ร่วมแต่งและสื่อสารผ่านท่อนแร็ปในช่วงกลางเพลง โดยจะนำเสนอเสียงในใจที่เจือไปด้วยความไม่แน่ใจ ความไม่แน่นอน ความพร้อมแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของคนที่กำลังพยายามก้าวผ่านความเจ็บปวด ติดตามเพลงใหม่ล่าสุดจาก "WINNING" - "ดีใจกับฉันหน่อย (Exit)" ได้แล้วทุกช่องทางสตรีมมิง และชม Music Video ได้ที่ YouTube : WINNING
ข่าวเพลงไทย • 12 ก.ค. 69
อ่าน
"จอย ทีสเกิ๊ต" ปล่อยซิงเกิล "เก็บไว้ในใจของฉัน" บทเพลงจากหัวใจ ที่ไม่รู้ว่าชีวิตจะมีเวลาอีกนานแค่ไหน
หลายคนที่ได้อ่านข้อความของ จอย ธัญพร สนธิขันธ์ หรือ จอย ทีสเกิ๊ต ต่างสะเทือนใจ เมื่อเธอตัดสินใจถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตผ่านซิงเกิลใหม่ เก็บไว้ในใจของฉัน บทเพลงที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อความฝัน แต่เกิดจากหัวใจของคนที่กำลังต่อสู้กับโรคร้าย และเลือกใช้ทุกวันที่มีให้คุ้มค่าที่สุด ผลงานเพลงนี้เป็นการร่วมสร้างสรรค์กับเพื่อนรัก ฝันเด่น จรรยาธนากร ศิลปินกลุ่ม KITA 40UP ที่รับหน้าที่แต่งเนื้อร้อง ทำนอง เรียบเรียง และดูแลทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อให้บทเพลงถ่ายทอดความรู้สึกของจอยออกมาได้อย่างจริงใจที่สุด โดย จอย ได้โพสต์มิวสิกวิดีโอเพลงผ่านโซเชียลส่วนตัว พร้อมข้อความที่หลายคนอ่านแล้วถึงกับน้ำตาคลอว่า ดีไม่ดีไม่รู้ รู้แค่ว่าดีใจที่ได้ทำตามความฝัน และสร้างโอกาสให้ตัวเองสักครั้งในชีวิต เพราะชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน ในวันที่ต้องต่อสู้กับมะ. และไม่รู้ว่าวันเวลาจะไปได้ยาวไกลแค่ไหน สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการทำทุกวันให้มีความหมาย เธอยังเผยอีกว่า แม้เพลงนี้อาจไม่ใช่เพลงที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่เป็นผลงานที่ทุกคนตั้งใจทำด้วยหัวใจ ร้องเอง ทำเอง และทุ่มเทในทุกขั้นตอน จึงอยากฝากให้ทุกคนเปิดใจรับฟัง พร้อมส่งกำลังใจผ่านการกดไลก์ แสดงความคิดเห็น และแชร์ เพราะทุกกำลังใจคือพลังสำคัญในการก้าวเดินต่อไป ทันทีที่เพลงถูกเผยแพร่ออกมา ก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างอบอุ่นจากทั้งศิลปิน คนในวงการ และแฟนเพลง ที่เข้ามาชื่นชมในความไพเราะของบทเพลง พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้ จอย ทีสเกิ๊ต อย่างล้นหลาม หลายคนยกให้เป็นบทเพลงที่ฟังแล้วอบอุ่นหัวใจ และสะท้อนคุณค่าของการใช้ชีวิตในทุกลมหายใจ หากใครกำลังมองหาบทเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายและพลังใจ ลองเปิดฟัง เก็บไว้ในใจของฉัน แล้วร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ จอย ทีสเกิ๊ต เพราะบางครั้งบทเพลงหนึ่งเพลง อาจมีคุณค่ามากกว่าคำพูดนับพันคำ อย่างไรก็ตามลองเข้าไปฟังและเป็นกำลังใจให้เธอกันเยอะๆได้ที่ https://youtu.be/YotXWx83OsE?si=wKiHMnTKyeIRxc1P
ข่าวเพลงไทย • 29 มิ.ย. 69
อ่าน
"Uncle Ben" ส่งความรู้สึกผ่าน "เผื่อวันหนึ่งเราต้องจากลา" อยากบอกทุกคนว่าดีใจที่ได้เจอกัน
"Uncle Ben" ศิลปินอินดี้ป๊อปจากบ้าน What The Duck (วอท เดอะ ดัก) กับ 3 สมาชิกมากความสามารถ นำทีมโดย "นับ เบน รักษนาเวศ (ร้องนำ), อดิ๊บ ธัชพล ปานนพภา (กีตาร์), บาส พิทิต แสนอินทร์ (กลอง)" เจ้าของซิงเกิลฮิตเรียกน้ำตา ไม่ว่าจะเป็น อย่าเป็นฉันเลย (Tyrion), อยู่เป็นของขวัญให้ฉันก่อน (Present), ด้วยรักและคิดถึง (With love,) ตามมาด้วยซิงเกิลล่าสุดอย่าง "ไม่เหมาะกับความรัก (Alone Material)" ครั้งนี้ลุงเบนขอส่งซิงเกิลใหม่ "เผื่อวันหนึ่งเราต้องจากลา (Goodbye, Love)" เรื่องสมมติที่คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นจริง แต่กลับเป็นสิ่งที่พวกเขานำมาแต่งเป็นผลงานใหม่ โดยสารตั้งต้นมาจากที่ "นับ (ร้องนำ)" ตั้งคำถามเล่น ๆ ว่า "ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้ทำสิ่งที่เรารักอีกแล้วจะเป็นยังไง ?" เขาจึงได้หยิบคีย์เวิร์ดนี้ มาแตกเป็นเพลงที่มีคุณค่าทางจิตใจ ทุกคนคงเคยได้ยินนิยามที่ว่า ตลอดไปไม่มีจริง แล้วยิ่งพอเป็นสิ่งที่เรารัก ถ้าวันนึงเราไม่ได้อยู่กับมันแล้ว เราจะจัดการความรู้สึกกับสิ่งเหล่านั้นอย่างไร มันอาจจะมีหลากหลายวิธี แต่ "Uncle Ben" เลือกที่จะเขียนเพลงนี้ขึ้นมา เพื่อให้คนที่กำลังฟังเพลงนี้อยู่ ได้พักใจกับความรู้สึก ได้ลองย้อนนึกถึงระหว่างทางที่ผ่านมา ความทรงจำดี ๆ ที่เคยเกิดขึ้นจริง โดยไม่ต้องรู้สึกเสียดายมันอีกแล้ว เพราะเราเต็มที่กับมันที่สุด แต่ถ้าวันหนึ่งต้องจากกัน ก็ขอให้จดจำสิ่งดี ๆ ที่ผ่านมา ถึงแม้ต้นทางจะมาจากเรื่องธรรมดา แต่เชื่อว่าเพลงนี้น่าจะถูกตีความในหลากหลายรูปแบบ ทั้งความสัมพันธ์ เพื่อน คนรัก หรือแม้กระทั่ง ความฝัน ซึ่งอยากให้แฟนเพลงได้ลองจินตนาการฟัง สำหรับพาร์ทดนตรี ทั้ง 3 หนุ่ม ขอเพิ่มความอินไปอีกระดับด้วยการใส่ไลน์ไวโอลินและเสียงคอรัสไว้ช่วงสุดท้ายของเพลงที่ได้ศิลปินเพื่อนร่วมค่าย นำทีมโดย "เรฟ PURPEECH, แบงค์ - loserpop, Newery, QLER" เข้ามาเสริมทัพเพิ่มความรู้สึกอินไปอีกขั้น ถือเป็นการผสานเคมีสุดลงตัวที่ทุกคนไม่ควรพลาด สามารถฟังเพลง "เผื่อวันหนึ่งเราต้องจากลา (Goodbye, Love)" ได้แล้ววันนี้ และติดตามการเคลื่อนไหวของ "Uncle Ben" ได้ทาง https://www.instagram.com/uncleben.mp3/ และ https://www.facebook.com/whattheduckmusic
ข่าวเพลงไทย • 24 มิ.ย. 69
อ่าน
"ไดมอนด์ ณรกร" ถ่ายทอดโมเมนต์โรแมนติก ลงเพลง "My Sunshine" จากซีรีส์ ติวเธอ(ร์)…ที่รัก My Tutor, My Love
ได้รับโอกาสให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้สึกพระ-นาง จากซีรีส์ ติวเธอ(ร์)...ที่รัก My Tutor, My Love สำหรับหนุ่มเสียงเอกลักษณ์ ไดมอนด์ ณรกร กับเพลง My Sunshine เพลงช้า Pop Ballad ที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่รักใครสักคนมาก จนอยากจะปกป้องเขาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมี นาว วง Mirrr รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ และ เติร์ด Tilly Birds ช่วยประพันธ์เนื้อร้อง ทำนอง รวมทั้งเป็นโค-โปรดิวซ์ โดยมีจุดสำคัญของเพลงนี้คือเสียงเปียโน เครื่องสาย กีตาร์ และภาคดนตรีทั้งหมดที่ นาว สร้างสรรค์ขึ้นมา และเรียงร้อยเรื่องราว คำร้อง และท่วงทำนองของเติร์ด ได้อย่างลึกซึ้ง ผสมผสานกับเสียงร้องของ ไดมอนด์ ที่มาประทับตราให้เพลงนี้ ได้อย่างกลมกล่อมและสมบูรณ์ ซึ่ง ไดมอนด์ ณรกร ได้เผยความรู้สึกว่า รู้สึกตื่นเต้นมากครับ ขอบคุณที่ให้โอกาสผมเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เรื่อง ติวเธอ(ร์)ที่รัก My Tutor My Love และดีใจมาก ๆ ครับ ที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับ พี่นาว และ พี่เติร์ด เป็นครั้งแรก ส่วนตัวติดตามผลงานพี่ ๆ มาโดยตลอด พอมาร่วมงานกัน ก็แอบเกร็งและค่อนข้างตื่นเต้นมาก ๆ ครับ พี่เค้าก็เปิดกว้างให้เราร้องเป็นสไตล์ตัวเองได้เลย ใส่มาได้เลยเต็มที่ แต่สิ่งที่ยากก็จะเป็นในเรื่องคีย์ที่ค่อนข้างสูงมาก ๆ พี่เติร์ดก็ให้กำลังใจ ว่าเราทำได้นะ อย่าไปกลัว ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งชาเลนจ์สำหรับเราเลยครับ (ยิ้ม) ส่วน Feeling ผมก็ตีความในมุมของผู้ชายคนนึง ที่อยากจะปกป้องใครสักคน อยากทำให้เค้ามีความสุข โดยเฉพาะท่อน My sunshine is you ตราบที่ฉันยังหายใจ ไม่ให้ใครทำร้ายเธอ ฉันอยู่ตรงนี้ คือเพลงค่อนข้างอบอุ่น เมโลดี้น่ารัก และ โรแมนติกมาก ๆ เลยครับ ซึ่งต่างจากเพลงอื่น ๆ ของผมเลย ก็เป็นอีกแนวเพลงใหม่ ๆ ที่อยากให้ทุกคนได้ฟังจากผมครับ สามารถรับฟังและชม Official MV My Sunshine เพลงจากซีรีส์ ติวเธอ(ร์)...ที่รัก My Tutor, My Love จาก ไดมอนด์ ณรกร ได้ทาง Youtube: One Music และ Audio ได้ทุก Streaming Platforms รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ทุกช่องทาง Social Media ของ One Music และ Diamond Official
ข่าวเพลงไทย • 24 มิ.ย. 69
อ่าน
ตู่ ภพธร ปล่อยซิงเกิลแรก สังกัด "Kicks Records" ถ่ายทอดบาดแผลความรัก "เล็กๆลึกๆ (Left of us)"
หลังจากสร้างเซอร์ไพรส์กลางคอนเสิร์ตใหญ่ของ fellow fellow (เฟลโล่ว เฟลโล่ว) ด้วยการประกาศเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัดค่าย Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) เมื่อปีที่ผ่านมา Two Popetorn (ตู่ - ภพธร สุนทรญาณกิจ) ก็เดินหน้าปล่อยคอนเทนต์ในฐานะศิลปินน้องใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ถึงเวลาแล้วสำหรับการกลับมาของเจ้าของเสียงร้องในความทรงจำของใครหลายคน กับผลงานแรกภายใต้บ้านหลังใหม่หลังห่างหายจากการปล่อยเพลงไปพักใหญ่ กับซิงเกิลใหม่ เล็กๆลึกๆ (Left of us) เล็กๆลึกๆ (Left of us) ได้ โต Mirr มาเขียนเนื้อร้องและทำนองให้ เสริมด้วย เมฆ Machina ร่วมเรียบเรียงดนตรี ขณะที่ แทน Lipta รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ ถ่ายทอดตัวตนและมิติทางดนตรีของ Two Popetorn ออกมาในรูปแบบใหม่ที่แฟนเพลงไม่เคยได้เห็นมาก่อน สำหรับเพลง เล็กๆลึกๆ (Left of us) เล่าเรื่องการได้กลับมาพบกับคนที่ครั้งหนึ่งเคยมีผลต่อหัวใจ แม้จะไม่ได้อยากหวนกลับไป แต่เพียงได้พบหรือสบตา ความทรงจำบางอย่างก็ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ร่องรอยความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในมุมเล็ก ๆ ของหัวใจ แม้รู้ดีว่าสิ่งที่จบไปนั้นดีที่สุดแล้ว แต่ก็ยังคงหลงเหลืออยู่ "เล็กๆ ลึกๆ" ต่อไป ด้วยโทนเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Two Popetorn ผสานกับเนื้อหาที่พูดถึงความทรงจำที่ยังฝังลึกอยู่ในใจ ทำให้ เล็กๆลึกๆ (Left of us) กลายเป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่สะท้อนความรู้สึกของคนที่ยังไม่อาจลืมใครบางคนได้ แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ดังเช่นในท่อนบริดจ์ที่ว่า กาลเวลาที่ใครเคยบอกไว้ ว่ามันช่วยเยียวยาหัวใจได้ทุกอย่าง แต่ความทรงจำที่เธอได้ฝากไว้ฝังลึกลงไปข้างในทุกที ก่อนจะปิดท้ายด้วยการยอมรับความจริงและเลือกเก็บความรู้สึกเหล่านั้นไว้ในความทรงจำ เช่นเดียวกับท่อนที่ว่า จบแบบนี้ดีอยู่แล้ว ฉันเข้าใจ ส่วนมิวสิควิดีโอ ได้ นีญ่า BNK48 (สุวิภาส์ ลายถมยา) มาร่วมแสดงให้ สามารถรับชมได้แล้วทางยูทูบ Kicks Records และติดตามฟังเพลง เล็กๆลึกๆ (Left of us) ได้แล้วทุกช่องทางสตรีมมิงMV www.youtube.com/watch?v=nfSijlfo6Rs
ข่าวเพลงไทย • 2 มิ.ย. 69
ดูเพิ่มเติม